็ปล่อยผ่านเช่นนี้หรือ?”ทหารหน้าซีดเผือดทันที เข้าใจความในของต้วนหลิง ว่าตนกระทำผิดหน้าที่ เขาคุกเข่าลงทันใด “ข้าน้อยผิดไปแล้ว ต่อจากนี้ไม่ว่ารถม้าผู้ใด ข้าน้อยจะตรวจให้ถี่ถ้วน ไม่ปล่อยให้คุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยลอบหนีออกเมืองได้แน่”ต้วนหลิงก้มมองเขาเล็กน้อย “เจ้าคุกเข่าง่ายเสียจริง ลุกขึ้นเถิด”แม้ดูเหมือนจะไม่โกรธ ทว่าเขาก็กล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ยังยืนเหม่ออยู่ทำไม? ตรวจรถม้าของข้าให้เรียบร้อยสิ”“ขอรับ!”เหล่าทหารเริ่มลงมือตรวจรถม้าอย่างละเอียด ระหว่างนั้นเอง หลินถิงก็ขี่รถม้ามาถึง “ท่านต้วน!”ต้วนหลิงมือที่กำลังจะปล่อยม่านชะงัก มองย้อนกลับไป ก็เห็นหลินถิงยืนอยู่บนรถม้าอีกคัน นางยังไม่ทันให้สารถีหยิบเก้าอี้ลงมา ก็รีบกระโดดลงมาเองแล้วพับชายกระโปรงวิ่งมา ทหารยามเห็นว่าเป็นหญิงสาวภายในเมือง และดูเหมือนจะรู้จักใต้เท้าต้วน จึงไม่ได้ห้ามปรามหลินถิงวิ่งมาหยุดหน้าเขา หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านต้วน”กลิ่นหอมหวานลอยตามลมมาด้วย ต้วนหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าไม่เปลี่ยน “คุณหนูเจ็ดมาทำไมหรือ?”หลินถิงหน้าแดงเพราะวิ่ง เหงื่อซึมที่ไรผม “ข้าคิดอยู่หลายตลบ จึงตัดสินใจมาเอ่ยคำขอโทษอีกครา”“ขอโทษ?”เพราะไม่เหมาะจะพูดต่อหน้าผู้คน นางจึงเอ่ยเบาๆ ข้างหูเขา “ท่านต้วน ข้าขอโทษจริงๆ ที่ล่วงเกินท่าน ข้าไม่ควรจูบท่านเลย ข้ารู้ว่าข้าผิด ข้าสาบานว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก”ต้วนหลิงกะพริบตาน้อยๆ “เจ้ามิได้กล่า