วขอโทษไปแล้วที่หอหนานซานหรือ?”“ข้ารู้สึกว่าครั้งนั้นยังไม่พอ ยังไม่แสดงถึงความสำนึกของข้าอย่างเต็มที่……เอาอย่างนี้เถิด ท่านอยากได้สิ่งใดท่านบอกมา ข้าจะไปหาให้ท่าน จากนั้นเราจะถือว่าหมดหนี้สินกัน!”ต้วนหลิงเคาะขอบหน้าต่างเบาๆ คล้ายครุ่นคิด “ข้าอยากได้สิ่งใด……”นางกล่าวเสริมเสียงแผ่วเบา “หากท่านต้วนเห็นข้าเป็นคนที่น่ารังเกียจนัก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าท่านอีก เรื่องเช่นนี้……ไม่จำเป็นต้องถึงตายก็สามารถกระทำได้ ท่านว่ากระไรเจ้าคะ?”ต้วนหลิงหลุบตาลง แววตายังคงสงบนิ่งและสุภาพอ่อนโยน “คุณหนูกล่าวเช่นนี้ ข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลย”หลินถิงยังคงรู้สึกไม่สบายใจนัก เหมือนยังมีถ้อยคำอีกมากอยากเอื้อนเอ่ย ทว่าในขณะที่นางกำลังจะพูดจาต่อจมูกก็ขยับไหวเล็กน้อย กลิ่นคาวเลือดอ่อนๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก“ทำไมถึงได้กลิ่นคาวเลือด?”นางขมวดคิ้วมองไปยังที่มาของกลิ่น ก็เห็นว่ากลิ่นนั้นลอยมาจากข้อมือของต้วนหลิง เลือดสดไหลรินลงมาตามผิวขาวราวหิมะ กลายเป็นเส้นแดงฉานอันน่าสยดสยอง หยดลงพื้นเป็นระยะ“ข้อมือท่านเป็นแผลเก่ารึ? เดี๋ยวข้าหาอะไรมาให้พันแผล”ด้วยความรู้สึกผิดในใจที่ได้ล่วงเกินต้วนหลิง หลินถิงจึงอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อลดโทษตน นางหยิบยาสมุนไพรจากเอวซ้าย และคว้าผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัว แต่เพียงนางเอื้อมมือจะสัมผัสข้อมือเขา กลับถูกต้วนหลิงคว้ามือไว้“ไม่ต้องลำบาก นี่ไม่ใช่แผลเก่า แต่เป็นแผลใ