บชะงักเดิมทีนางตั้งใจว่าพอจ่ายเงินเสร็จจะรีบกลับจวนหลินทันที ไม่อยากอยู่ในหอหนานซานให้นานไปกว่านี้ เพราะยิ่งอยู่นานก็ยิ่งอันตราย แต่พอได้ยินจำนวนเงินที่ต้องชดใช้มากถึงเพียงนั้น นางก็เปลี่ยนใจ ตั้งใจจะโต้แย้งให้ถึงที่สุด“ชุดน้ำชาแค่นั้นจะแพงอะไรนัก? ท่านนี่มันไม่ต่างกับพวกโจรกลางวัน ข้าว่ามันแพงสุดก็แค่ห้าตำลึงเท่านั้นแหละ!” ถึงแม้ว่าหลินถิงจะมีเงินเก็บส่วนตัวอยู่บ้าง แต่เงินพวกนี้ก็ล้วนเป็นเงินหามาอย่างยากลำบากด้วยชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น เงินเก็บก็มิได้มีมากมาย นางจะไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายเด็ดขาด ต้องใช้กับสิ่งจำเป็นเท่านั้น เช่นเรื่องกิน ดื่ม เที่ยวสนุก-ยังไงก็ห้ามเป็นคนโง่จ่ายแพงโดยใช่เหตุ!เสียงของหลินถิงดังไม่น้อย บรรดาลูกค้าที่อยู่ชั้นล่างพากันหันมามอง เถ้าแก่กลัวว่าความขัดแย้งนี้จะกระทบต่อชื่อเสียงของหอหนานซาน รีบร้อนเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะๆ แล้วแม่นางว่าควรจะชดใช้เท่าใดจึงเหมาะสม?”เขามักใช้วิธีนี้รีดเงินจากบรรดาเหล่าคุณชายคุณหนูจากสกุลใหญ่ เพราะพวกเขามักจะไม่ใส่ใจเรื่องเงินทอง ของแตกก็จ่ายตามราคาที่เขาบอก ไม่คาดว่าคราวนี้จะเจอสาวน้อยที่กล้าเจรจา ผิดแผนเสียแล้วหลินถิงคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ: “ข้าว่า ชดใช้สามตำลึงน่าจะเหมาะสมแล้ว”เถ้าแก่ไม่เคยพบคุณหนูที่ต่อรองเก่งเช่นนี้มาก่อน เห็นนางสวมอาภรณ์ผ้าแพรผ้าทอ ดูแล้วน่าจะเป็นคุณหนูสกุลใหญ่แท้ๆ เหตุใดถึงยอมจ่ายแค่สามตำลึง?เขาเอ่ยเสียงหลง: “สามตำลึง?