อยู่เรื่อยๆ ภาวนาอย่าให้ต้วนหลิงโผล่มาในเวลานี้เลยแต่จินอันไจ้จะยอมให้ขู่เอาได้หรือ? เขาสังเกตว่านางมองไปทางหอหนานซานตลอดจึงเอ่ยขึ้นว่า“วิชาต่อสู้เจ้าก็เรียนจากข้า เจ้าจริงๆ จะกล้าลงมือกับข้าหรือ? อีกอย่าง เจ้ายังต้องใช้มือปิดปากอีก ถ้าใช้สองมือก็คงปิดปากไม่ทันกระมัง”หลินถิงเข้าใจทันที-จินอันไจ้ผู้นี้ตั้งใจยั่วนางแน่นอน! นางฝืนกลั้นความชาที่ริมฝีปาก เอ่ยว่า: “จินอันไจ้ วันนี้เจ้าพูดมากเหลือเกิน ข้าขอร้องให้เจ้าหุบปากแล้วกลับไปที่หอหนังสือของเจ้าเถอะ!”จินอันไจ้เดินวนรอบตัวนาง มองสำรวจ “กระโปรงเจ้าทำไมยับเยินเช่นนี้?”หลินถิงตอบโดยไม่คิด: “ข้าสะดุดล้ม”เขาพยักหน้ารับแบบไร้อารมณ์: “สะดุดล้มเลยยับ แต่มิเปื้อนฝุ่นแม้แต่นิด เจ้าเลือกที่ล้มได้สะอาดจริงๆ”สุดจะทนแล้ว ไม่ต้องทนอีก! หลินถิงเงื้อง่าเตะเขาไปทีหนึ่ง แล้วฉวยโอกาสวิ่งหนี แต่กลับถูกเขาคว้าคอเสื้อดึงกลับมา มืออีกข้างยังฉวยโอกาสผลักมือที่ปิดปากของนางออก ปากแดงบวมของหลินถิงก็ถูกเปิดเผยสู่สายตา“จิน! อัน! ไจ้!”ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ต้วนหลิงก็ก้าวออกมาจากหอหนานซานพอดี ดูเหมือนจะมองพวกเขาที่ดึงดันกันอยู่บนถนนเพียงผ่านๆ แล้วก็ยกชายเสื้อที่ยับย่นไม่ต่างกันขึ้น ขึ้นนั่งรถม้าสกุลต้วนจินอันไจ้ก็เห็นต้วนหลิงแล้ว เขามิได้พลาดริมฝีปากบางของต้วนหลิงที่แดงระเรื่อดั่งผลอิงเถา และเสื้อผ้าที่ยับชัดเจนเหมือนเพิ่งผ่านศึกหนัก และสภาพของหลินถิง… ก็ไม่ต่างกั