ู่เลย!หลินถิงยกมือปิดปากแดงจัดของตนไว้ แอบเบี่ยงตัวไปข้างทางอย่างหัวขโมย ยืนบังตัวอยู่ที่แผงขายกลองมือ เสแสร้งเป็นคนผ่านทาง แต่จินอันไจ้เป็นใครกันเล่า? สายตาเฉียบคมยิ่งนัก เหลือบมองแค่ครั้งเดียวก็เห็นหลินถิงที่แอบๆซ่อนๆ อยู่เขาเดินเข้ามาทัก: “หลินเล่ออวิ๋น? เจ้าปิดปากทำไม หรือว่าโดนใครต่อยมา?”หลินถิงแทบจะกลอกตากลับไป: “เจ้าสิถูกต่อย! ขอให้เจ้าพูดให้ข้าดีๆ สักครั้งเถอะ”เขากอดอก มือข้างล่างถือดาบ ลอบมองนางอย่างเอาเรื่อง: “ถ้าเช่นนั้นแล้ว ปากเจ้ามีอันใด ทำไมต้องปิดไว้แน่นขนาดนั้น? หรือว่ากัดปากตัวเอง?”“ไม่เกี่ยวกับเจ้า ถอยไป ข้าจะกลับจวน!” หลินถิงรู้ดีว่าเขาเคยเห็นตนกับต้วนหลิงจูบกันที่จวนอ๋องเหลียง หากเขาเห็นว่าวันนี้ปากนางแดงยิ่งกว่าวันนั้นอีก คงไม่วายคิดมากยิ่งนางอยากกลับ เขาก็ยิ่งไม่ยอมให้นางกลับง่ายๆ ฝีมือของเขาย่อมเหนือกว่านาง การขวางทางนางย่อมเป็นเรื่องง่าย หลินถิงโกรธจนกระทืบเท้า: “เจ้ารนหาที่เจ็บใช่หรือไม่? อยากโดนตีนักหรือไง? หลีกไป ข้าไม่มีเวลาทะเลาะกับเจ้า!”นางอยากรีบกลับจวนหลินไปประคบปากด้วยน้ำแข็งจินอันไจ้เอ่ยเสียงเย็น: “เห็นเจ้าท่าทีร้อนรนเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งอยากรู้ว่าปากเจ้ามีอะไร? ข้าเห็นเจ้าก้าวออกมาจากหอหนานซาน เกิดเรื่องขึ้นหรือ?”“ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น ต่อให้มี ข้าก็จัดการได้เอง เจ้าหลีกทางเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า!” หลินถิงเอาแต่หันกลับไปมองหอหนานซาน