ี่ใดในเมือง?”“ถนนสายเหนือ ฝั่งขวา ใกล้โรงสุราชื่อจี้เล่อเจ้าค่ะ”คำตอบล้วนแต่งขึ้นทั้งสิ้น แต่ยังไงก็อยู่ในจวนอ๋อง เขาจะตรวจสอบก็ต้องรอให้จากที่นี่ไปก่อนต้วนหลิงมองนางผ่านผ้าปิดหน้า คล้ายจะมองทะลุเห็นใบหน้าจริง“เจ้าทำงานเป็นนางรำมากี่ปีแล้ว?”“ห้าปีเจ้าค่ะ”“ห้าปีไม่ใช่น้อย แล้วเหตุใดฝีมือรำของเจ้าถึงได้……”เขาหยุดคำพูดไว้กลางคัน ราวกับให้เกียรตินางไม่พูดจนหมดตอนที่องครักษ์เสื้อแพรเข้ามาในลานหลังจวน พวกนางรำยังต้องรำต่อ เพราะไม่มีพระบัญชาให้หยุด“บ่าวโง่งมนักเจ้าค่ะ”ในใจนางบ่นเบาๆ จะตำหนิว่ารำไม่เก่งก็ใช่สิ นี่ฝึกข้ามคืนยังพอรำได้ขนาดนี้ถือว่าอัจฉริยะแล้ว!ต้วนหลิงว่า “สาวงามไม่จำเป็นต้องดูแคลนตนเอง คนเราล้วนมีความถนัดแตกต่างกัน”“ท่านรองผู้บัญชาการกล่าวถูกเจ้าค่ะ”หลินถิงรีบเสริม “หากท่านไม่มีธุระใดแล้ว บ่าวขอตัวก่อน”เผ่นให้ไวเป็นแผนดีที่สุดในตอนนี้ นางเดินอ้อมต้วนหลิงไปทางหน้าต่าง“บ่าวขอปีนออกทางนี้ดีกว่า ข้างนอกยังมีคนของจวนอ๋องอยู่ หากเขาเห็นบ่าว อาจไปรายงานกับผู้ดูแล บ่าวจะถูกลงโทษได้เจ้าค่ะ”ต้วนหลิงมองตามแผ่นหลังนางแล้วเอ่ยเรียก “คุณหนูเจ็ด”หลินถิงเพิ่งแตะมือที่ขอบหน้าต่าง พอได้ยินคำว่า “คุณหนูเจ็ด” ก็เกือบเสียหลัก รีบแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ปีนต่อไป“คุณหนูเจ็ด”เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง หลินถิงเปิดหน้าต่างหมายจะกระโดดออก ทว่า……มีมือหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง กดลงที่ขอบหน้าต่างไม่ให้นางไปต่อ