ห้องรับรองพิเศษนั้นมีหน้าต่างล้อมรอบถึงสามด้าน แสงแดดจึงส่องเข้ามาอย่างพอเหมาะ ฉากกั้นลายปักรูปยวนยางตั้งอยู่ตรงกลาง แบ่งห้องออกเป็นสองฝั่ง ด้านข้างมีเตียงนอนเล่นตั้งอยู่คนละฝั่ง บนโต๊ะข้างเตียงเต็มไปด้วยขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ดูประณีต และผลไม้ตามฤดูกาลวางเรียงไว้อย่างงดงามด้านขวาของฉากกั้นมีคนสองคนนั่งอยู่ หนึ่งในนั้นคือสตรีวัยราวสี่สิบปีเศษ หน้าตาใจดีอ่อนโยน ในเรือนผมมีเพียงปิ่นไม้จันทน์ปักอยู่หนึ่งอัน เสื้อผ้าที่นางสวมเป็นสีเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด ข้อมือคล้องลูกประคำสีแดงเข้มแต่คนที่มองข้ามฉากกั้นมาทางพวกนางกลับเป็นอีกผู้หนึ่ง เขาเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ หน้าตาอ่อนเยาว์สวมชุดธรรมดาสีชาด ยิ่งขับให้ใบหน้าดูแดงเรื่อ ฟันขาวสะอาด ที่เอวรัดไว้ด้วยเข็มขัดหยกสิบเอ็ดชิ้น แกะสลักลวดลายดอกบัวงดงาม ทาบลงบนชั้นผ้าที่ยาวลงมาถึงข้อเท้า เผยให้เห็นรองเท้าหนังสีดำอย่างลางเลือน เครื่องแต่งกายเรียบร้อยไร้ที่ติในขณะที่เขาขมวดคิ้วมองพวกนางด้วยความสงสัยนั้น ด้านของหลินถิงซึ่งเพิ่งถูกหลี่ซื่อดึงตัวกลับมาก็หันไปมองเขาเช่นกัน สายตาทั้งคู่สบประสานกัน พลันดวงตาของหลินถิงก็สะท้อนเงาของอีกฝ่ายเอาไว้ หญิงสาวแทบเผลอหลุดปากเรียกเขาว่า “ท่านใต้เท้าต้วน”มือของต้วนหลิงขยับเล็กน้อย หลี่ซื่อวางมือไว้ที่ด้านหลังเอวของหลินถิง ผลักเบาๆ ให้เดินเข้าไปข้างใน พร้อมกล่าวเสียงเบาเฉพาะสองคนได้ยินว่า“ห้ามกลับคำ เจ้ารับปากข้าแล