ี่เถาจูผู้เฝ้าอยู่ด้านนอกเห็นต้วนหลิงก็ถึงกับตะลึงงัน มองทั้งสองด้วยสายตาเหลือเชื่อ – ไฉนเขาถึงอยู่ที่นี่?หรือว่าคนที่คุณหนูเจ็ดจะดูตัวด้วยก็คือท่านต้วน?!หรือว่าแผนสุดท้ายของคุณหนูเจ็ดคือแต่งกับเขา แล้วทรมานให้เขาอยู่ไม่เป็นสุข? หากเป็นเช่นนั้นจริง นางก็เสียสละเกินไปแล้ว! เถาจูตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่กลืนคำถามกลับลงคอหลินถิงมองตามรถม้าสกุลหลินจากไปโดยไม่ใส่ใจกับเถาจูที่กำลังจินตนาการไปไกล นางหันกลับไปมองต้วนหลิงรีบปัดความเกี่ยวข้องทันที“ท่านต้วน ข้าเกรงว่าท่านเข้าใจผิด ข้าเองก็เพิ่งมารู้ว่าคือท่าน”ต้วนหลิงทวนคำด้วยเสียงเบา “เพิ่งรู้ว่าเป็นข้า?”หลินถิงยืนยันหนักแน่น “จริง ข้าเชื่อว่าท่านก็คงไม่รู้ล่วงหน้าเช่นกัน วันนี้……ก็ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้น”ต้วนหลิงตอบรับเบาๆ ก่อนแย้มยิ้ม “เจ้ามิได้ป่วยหรือ? หายดีแล้วหรือยัง?”นางกระแอมเบาๆ “พูดตามตรง ร่างกายข้าไม่ได้มีอะไรนัก เมื่อครู่ก็แค่จำใจต้องแสดงเท่านั้น หวังว่าท่านจะให้อภัย ข้าเองก็ไม่รบกวนท่านส่งข้ากลับหรอก”ต้วนหลิงเดินลงจากขั้นหิน ดึงผ้าม่านรถม้า “ไม่เป็นไร ขึ้นมาเถิดคุณหนูเจ็ด”“เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว”หลินถิงไม่ปฏิเสธอีก ก้าวข้ามต้วนหลิงขึ้นรถม้า ขณะเหยียบเก้าอี้ขึ้นไปนางก็สูงกว่าชายหนุ่มเล็กน้อย ผ้าผูกผมสีเหลืองปลิวตามลม พาดผ่านแนวแก้มคมของเขาต้วนหลิงเบี่ยงหน้าหลบตามสัญชาตญาณ ผ้าผูกผมซึ่งมีกลิ่นหอมบางเฉียบลูบผ่านมุมปากเขาเบาๆ ขนตายาวพลิ้วไหว