ดพบกันอีกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันนี้”หลินถิงจะเอ่ยว่า “ข้า…”หลี่ซื่อหยิกนางทันที ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “บุตรสาวข้ารอวันนี้ด้วยความคาดหวังนัก แม้จะไม่สบายก็ยังอยากมาพบให้ได้”หลินถิงเข้าใจแล้วว่าตนได้ความเจ้าเล่ห์นี้มาจากใคร สำนวนกลับดำเป็นขาวเก่งนัก ไหนบอกว่าคาดหวัง? ข้ามิได้คาดหวังเลยสักนิด!ต้วนหลิงยังคงนั่งเงียบ แววตาเรียบสงบ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เฝิงฮูหยินรู้สึกซาบซึ้งใจนัก จึงเรียกบ่าวเข้ามายกฉากกั้นออก“จื่ออวี่ เจ้าส่งเล่ออวิ๋นกลับไป ข้าจะให้คนไปตามหมอที่ดีที่สุดไปยังจวนหลินโดยเร็ว”หลี่ซื่อลอบดีใจยิ่ง เห็นกันแล้วให้ชายส่งหญิงกลับ นั่นหมายถึง “มีหวัง” แต่นางก็ยังแสร้งว่าเกรงใจ“จะดีหรือเจ้าคะ เกรงว่าจะรบกวนคุณชายรองเกินไป”ต้วนหลิงว่า “มิเป็นไรขอรับ”หลินถิงแอบเหลือบตามองเขา ทว่ากลับถูกเขาจับได้ เขากลับถามอย่างสุภาพว่า “คุณหนูเจ็ดยังพอเดินไหวหรือไม่? หากไม่ไหว จะเรียกสาวใช้ที่แข็งแรงเข้ามา”นางเห็นสีหน้ามารดาเริ่มคุกรุ่น ก็เลยไม่กล้าขัดแย้งอีก ใช้เรื่องเจ็บป่วยเป็นข้ออ้างจบเรื่องไร้สาระนี้เสียเลย“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้ายังพอเดินไหว”เมื่อเดินออกจากหอหนานซาน รถม้าคันหนึ่งที่มีโคมเขียนอักษร “ต้วน” แขวนอยู่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า หลี่ซื่อกล่าวว่าตนมีธุระด่วนให้ต้องไปจัดการ จึงให้ต้วนหลิงพาหลินถิงกลับจวนแทน ใครดูก็รู้ว่าเจตนาไม่ใช่อย่างที่พูด ต้วนหลิงก็รับคำด้วยท่าทีนุ่มนวลเยี่ยงสุภาพบุรุษทันทีท