ี่ซื่อถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธ สงสัยว่าหลินถิงจงใจทำเสียเรื่อง นางคิดอะไรอยู่? ทำไมถึงไม่ฉวยโอกาสครั้งนี้ให้ดี?เฝิงฮูหยินนิ่งอึ้ง แล้วกลับหัวเราะเบาๆ “นิยายก็ไม่เลวนะ ตอนข้าอายุเท่าเจ้าก็ชอบอ่านเหมือนกัน พูดไปแล้วอย่าได้หัวเราะข้าเลย ข้ายังเคยฝันอยากเขียนนิยายด้วยซ้ำ”ต้วนหลิงก้มหน้าลง ไม่เอ่ยอะไรอีกหลินถิงยกน้ำชาขึ้นดื่ม พลางใช้ยุทธวิธี “เงียบไว้ก่อน” การต้องมานั่งดูตัวกับ “ศัตรูเก่า” เช่นนี้ช่างน่าอับอายเกินรับได้ยามอาทิตย์คล้อยต่ำ เสียงจักจั่นจากสวนด้านหลังหอหนานซานก็ดังแว่วมา หลี่ซื่อกับเฝิงฮูหยินยังคงพูดคุยเรื่องบุตรหลานกันอย่างออกรส ขณะเดียวกันหลินถิงเริ่มง่วงจนหัวสัปหงก เมื่อคืนฝันร้าย นอนหลับไม่สนิท ตอนนี้เลยง่วงงุนเหลือเกินต้วนหลิงที่อยู่หลังฉากกั้น มองเห็นศีรษะของหลินถิงที่ค่อยๆ โงนเงนกับผ้าผูกผมสีเหลืองที่เลื่อนลงมาแตะไหล่สายตาเขาเลื่อนไปถึงริมฝีปากที่เผยอเพราะความง่วงของนาง ก่อนจะเบือนหน้าไปอย่างเงียบเชียบเพียงครู่เดียว ศีรษะของหลินถิงก็ฟาดลงกับโต๊ะอย่างจัง เสียงดังชัดเจนจนหน้าผากขาวผ่องเป็นรอยแดงเฝิงฮูหยินตกใจ “เป็นอะไรไป?”หลี่ซื่อแทบไม่อยากมองบุตรสาว ทว่าก็ทำเป็นบ่นเบาๆ “เมื่อคืนดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ”ได้ยินว่าหลินถิงไม่สบาย เฝิงฮูหยินก็ยิ่งเป็นห่วง อยากเดินอ้อมฉากกั้นมาให้เห็นเต็มตา“หากไม่สบายนางควรพักผ่อน ฮูหยินหลี่ท่านควรบอกข้าให้เร็วกว่านี้ พวกเราค่อยนั