ต้วนหลิงไม่ได้ฝันอะไรเลยในคืนนั้น ราคะในวันนี้ไม่เกี่ยวกับความรักใคร่กับใครทั้งสิ้น แต่ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนเสียทีเดียว……อาการมันแย่ลงเรื่อยๆ ทุกคืนที่ผ่านไปก็ยิ่งรุนแรง-เมื่อคืนเพิ่งสงบลงไป ตอนนี้กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งตามที่เขารู้มา ชายทั่วไปไม่น่าจะมีอาการกำเริบถี่ขนาดนี้ เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดใหม่ออกมา มือข้างหนึ่งยกขึ้นปลดสายคาดเอวสีแดง เสื้อชั้นในกับกางเกงในหล่นลงกับพื้น เผยผิวกายชุ่มเหงื่อที่ขาวราวหยก บางเบาราวไอน้ำยามเช้าแนวสะบักด้านหลังเด่นชัด ราวกับปีกผีเสื้อที่กำลังจะสยายบิน เส้นกล้ามเนื้อทอดลงมาตามแนวหลัง กลมกลืนและเรียบลื่น มีเสน่ห์อย่างประหลาดในห้องไม่มีแสงแดดลอดเข้ามาได้เลย ประตูหน้าต่างปิดสนิท มืดครึ้มไปทั่ว ในความมืด รอยแผลเป็นบนข้อมือของเขากลับดูชัดเจนขึ้น แผลพาดยาวไปมา สลับสีแดงจัด แดงคล้ำ และน้ำตาลเข้ม เป็นรอยใหม่ทับรอยเก่า พันกันยุ่งเหยิงราวกับมีชีวิต ร่องรอยเหล่านี้ทั้งนูนทั้งบุ๋ม ดูน่ากลัว แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบที่บิดเบี้ยวก่อนจะใส่เสื้อผ้า เขาก้มลงกรีดมีดลงบนข้อมือตัวเองอย่างคุ้นมือ รอจนความร้อนรุ่มตรงกลางลำตัวจางหายไปแล้วจึงโรยผงยาห้ามเลือดลงไป กลิ่นหอมของดอกซื่อหนานถูกกลบด้วยกลิ่นเลือดและกลิ่นยาอย่างสิ้นเชิงเขาผลักประตูเปิดออก แสงแดดเช้าส่องกระทบใบหน้า ทำให้ผิวดูขาวซีดราวหยกใส เขาหรี่ตาเล็กน้อย ขนตายาวสั่นระริกเขาอายุแค่ยี่สิบต้นๆ แต่กลับสามารถควบคุมอาภ