รณ์สีแดงสดขององครักษ์เสื้อแพรได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องขุนนางที่เฝ้าอยู่หน้าห้องโค้งตัวทำความเคารพ รีบรายงานว่า “ท่านรองผู้บัญชาการ ข้าวเช้าจัดไว้ที่เรือนด้านข้างแล้วท่านจะไปทานเลยหรือไม่ขอรับ?”ต้วนหลิงก้มลงจัดข้อมือที่สวมปลอกไว้ แล้วพูดยิ้มๆ ว่า “ท่านหัวหน้าตงฉ่างเคยอยากเจอข้าใช่ไหม? ก่อนหน้านี้ข้าไม่ว่างเพราะติดงาน วันนี้พอมีเวลา ก็เลยคิดว่าควรไปพบเขาสักหน่อย”“ส่วนข้าวเช้าน่ะเหรอ……ข้าเชื่อว่าท่านหัวหน้าคงไม่ปล่อยให้ข้าท้องว่างหรอก”ณ ตำหนักตงฉ่างในเขตพระนครฝั่งตะวันออกเมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป จะเจอระเบียงยาวทอดผ่านสวนหินปลอม น้ำไหลเบาๆ ข้างทาง กระเบื้องหลังคาเป็นแก้วเคลือบวาววับ พื้นไม้หวงฮัวลี่เรียงตัวสวยงามใต้ชายคา มีชายคนหนึ่งเอนตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้จันทน์ หมวกสีดำคลุมศีรษะ ใบหน้าขาวซีดเหมือนทาแป้งหนา เค้าโครงหน้าเลือนรางระหว่างชายกับหญิงจนดูแปลกตา เขาสวมชุดทางการสีดำเข้ม รองเท้าหนังสีดำ มือหนึ่งโยนอาหารปลาลงในสระตรงหน้าเป็นระยะเมื่ออาหารตกลงไป ฝูงปลาก็แย่งกันอย่างบ้าคลั่ง ตัวไหนไม่ได้กินก็ช้าลง เห็นได้ชัดว่าหิวโซมาหลายวันแล้ว ถ้าพลาดไปหนึ่งครั้ง โอกาสจะได้กินอีกก็แทบไม่มี สุดท้ายก็ต้องตาย นี่แหละธรรมชาติของผู้แข็งแกร่ง-กินเป็นอยู่รอด ผู้แพ้ก็รอวันสิ้นใจขันทีหน้าใหม่คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างกลัวเกรง ก้มหน้าถามเสียงเบา “ท่านหัวหน้า ข้าวเช้าจัดไว้เรียบร้อยแล้วท่านจะทานเลยไหมขอรับ?