”เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของตำหนัก เพราะเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับ “เหยียบหิมะเป็นโคลนเลือด”-ฉายาของหัวหน้าตงฉ่างคนนี้ชายผู้นี้ไม่ได้เดินบนหิมะธรรมดา เขาเดินบนเลือด เดินขึ้นสู่อำนาจด้วยซากศพนับไม่ถ้วน ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขาโมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน ใครทำให้ไม่พอใจ……โดนเฆี่ยนจนตายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกขันทีคนก่อนที่รับใช้เขาก็ถูกเฆี่ยนจนตาย……แล้วเขาก็เป็นคนถูกส่งมารับหน้าที่แทน จะปฏิเสธก็ไม่ได้ แม้จะกลัวแค่ไหนก็ต้องกัดฟันทำ เพราะถ้าเอาใจหัวหน้าตงฉ่างได้ดี โอกาสได้ขึ้นตำแหน่งก็ไม่ไกลเกินเอื้อม“ตั้งโต๊ะ” เสียงของเขาไม่แหลมสูงเหมือนขันทีทั่วไป ฟังดูต่ำและมั่นคง คล้ายเสียงบุรุษทั่วไป แต่ก็ยังแปลกแยก“ขอรับ!”ขันทีรีบเรียกคนมาเตรียมโต๊ะให้เรียบร้อย หัวหน้าตงฉ่างเพิ่งจะเดินมานั่งลงได้ไม่นาน ประตูก็เปิดออก ต้วนหลิงเข้ามา ไม่มีคนแจ้ง ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่รู้ว่าเข้ามาได้อย่างไรหัวหน้าตงฉ่างหัวเราะเยาะ “โฮ่……ลมอะไรพัดท่านรองผู้บัญชาการมาถึงนี่ได้? คนข้างล่างนี่มันช่างไร้มารยาทจริง ไม่แม้แต่จะมาบอกให้ข้าไปต้อนรับ”ต้วนหลิงไม่เล่นตาม เขาเพียงแค่มองโต๊ะอาหาร แล้วพูดเสียงเรียบว่า “ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าอีกหรือ?”“จริงอย่างที่ท่านว่าขอรับ” หัวหน้าตงฉ่างหรี่ตา มองชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เยาว์วัยและมากความสามารถ “ช่วงนี้พวกองครักษ์เสื้อแพรก็ยุ่ง ทางตงฉ่างของเราก็ไม่ได้ว่างเว้น