เช่นกัน งานยุ่งถึงเพิ่งได้ทานมื้อนี้”แม้จะถูกเหน็บแนมเย้ยหยันโดยไม่ปิดบัง ต้วนหลิงกลับยังคงยิ้มบางๆ สีหน้าสุขุมสงบมีราศี เปี่ยมไปด้วยท่วงท่าของชนชั้นสูงที่หยั่งรากในกระดูกดำ“ท่านหัวหน้าลำบากแล้ว… บังเอิญดีเสียจริง ข้ายังมิได้แตะข้าวเช้าเช่นกัน”หัวหน้าตงฉ่างหัวเราะเย็นเสียงต่ำ “ในเมื่อท่านรองผู้บัญชาการยังมิได้ทาน ก็นั่งลงร่วมโต๊ะกับข้าเสียสิ”ต้วนหลิงไม่ปฏิเสธ กล่าวคำขอบคุณอย่างนุ่มนวลแล้วจึงนั่งลงตรงข้ามกับเขาหัวหน้าตงฉ่างหยิบตะเกียบหยกขึ้นมาตักอาหารใส่ปาก เอ่ยขึ้นระหว่างเคี้ยวคำหนึ่ง “เมื่อคืนที่หอหวงเหอบนถนนประตูใต้เกิดเพลิงไหม้ ได้ยินว่าท่านก็อยู่ในนั้น…มิทราบว่าบาดเจ็บอันใดหรือไม่?”ต้วนหลิงกลืนข้าวในปากลงอย่างใจเย็น ก่อนค่อยๆ เอ่ยตอบ “ขอบคุณที่ท่านหัวหน้าเป็นห่วง ข้าไม่ได้รับอันตราย ซ้ำยังจับมือสังหารได้อีกด้วย”สายตาของหัวหน้าตงฉ่างมองท่าทางสุภาพอ่อนน้อมของต้วนหลิงแล้วก็บีบตะเกียบในมือแน่นบุรุษเช่นนี้เกิดมาก็เป็นคุณชายแห่งสกุลสูงศักดิ์ โชควาสนาหลากหลายล้วนตกลงมาไม่ขาดสาย ทั้งรูปโฉมสูงส่งทั้งได้รับการอบรมจากบัณฑิตใหญ่ ท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยมารยาทอันดีงาม หาที่ตำหนิมิได้แม้แต่น้อยจะว่าไปแล้ว……เขาก็อิจฉาคนพวกนี้อยู่ไม่น้อย เขาเองต้องไต่ขึ้นมาทีละขั้น ล้มลุกคลุกคลาน ฝ่าฟันทุกข์ยากกว่าจะได้ยืนในตำแหน่งจอมอำนาจแห่งตงฉ่างเช่นวันนี้หัวหน้าตงฉ่างแค่นหัวเราะเย็น “หึ เป็นเพราะชีวิตท่านต้วนยั