ทันใดนั้น……หลินถิงเห็นขนตายาวของต้วนหลิงกระตุกไหว จากนั้นเปลือกตาก็สั่นน้อยๆ อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายใกล้ตื่นเต็มทีชั่วพริบตา ต้วนหลิงก็ลืมตาขึ้นจริงๆ นางหดคอถอยอย่างรวดเร็วแทบจะในเวลาเดียวกันทว่าร่างยังไม่ทันได้เคลื่อนห่างไป สุดท้ายต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหนก็ออกจากที่นี่ไม่ทันอยู่ดี อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักฆ่าที่ลอบเข้ามาแต่ไม่สำเร็จ เสี่ยงโดนข้อหาหนักเข้าไปอีก ในเมื่อเช่นนั้น สู้ยืนนิ่งไว้ก่อนจะดีกว่าสบตากันตรงๆ หัวใจหลินถิงเต้นรัวไม่หยุด มือซ้ายยังคงยันอยู่ขอบนอกของตั่งคนงาม ส่วนต้วนหลิงยังคงนอนอยู่บนเก้าอี้นั้น เงยหน้าขึ้นมองนางสายตาต้วนหลิงไล่ผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่นของหลินถิง ก่อนจะจ้องมองดวงตากลมที่เบิกกว้างของอีกฝ่าย ราวกับไม่คิดปล่อยผ่านแม้แต่เศษเสี้ยวของอารมณ์ในดวงตานาง“คุณหนูเจ็ด เจ้ากำลังจะทำสิ่งใดหรือ?”หลินถิงผุดลุกขึ้นเหมือนสปริง ถอยหลังไปหลายก้าวจนชนเก้าอี้ตัวหนึ่งล้มคว่ำ“ข้า……ข้ามิได้มีเจตนาล่วงเกินท่านต้วน”ต้วนหลิงยันกายลุกขึ้นนั่ง มือหนึ่งพยุงขอบเก้าอี้ ปลายปกเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นไหปลาร้าในเงามืดของห้องใต้ท้องเรือ ขับให้โครงหน้าคมยิ่งชัดเจนประหนึ่งหยกงามก็มิใช่ว่าผู้คนกล่าวเล่นๆ ว่า “ความงามอยู่ที่โครงกระดูก ไม่ใช่เพียงผิวพรรณ” หลินถิงไม่เคยรู้สึกชัดเจนขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้นางก็ไม่มีเวลามาชื่นชมคนงามเช่นกันต้วนหลิงจ้องนางพลางเอ่ยขึ้นว่า “เจ้า……”หลินถิงรีบพูดแท