รือไม่เจ้าคะ?”เพราะนางเก็บฝักบัวมามากเกินจนกินไม่หมด อีกทั้งยังไม่อยากแบกกลับจวนหลินให้ลำบากบัณฑิตทั้งหลายหน้าแดงระเรื่อ พากันปฏิเสธอย่างสุภาพ พวกเขามัวแต่ฝักใฝ่ในหนังสือ เปิดตา ปิดตา เห็นแต่สี่คัมภีร์และคุณธรรม จะไปรับของจากหญิงสาวแปลกหน้าได้อย่างไร มันผิดธรรมเนียมบนชั้นเรือที่ยกสูงจากดาดฟ้าด้านล่าง ตรงราวระเบียง ร่างสูงของต้วนหลิงยืนมองดอกบัวอยู่เงียบๆ หากเพียงก้มลงนิดก็เห็นหญิงสาวกำลังพูดคุยกับบรรดาบัณฑิตด้านล่างสายตาเขามองต่ำลง จับจ้องอยู่ที่พวกเขา ขณะใช้มือค่อยๆ แกะเมล็ดบัวออกจากฝักบัวในมือเห็นนางยื่นฝักบัวให้ผู้คนแต่กลับไม่มีใครรับ ต้วนหลิงกินเพียงเมล็ดเดียวแล้วก็หยุด ค่อยๆ ปาทิ้งไปพร้อมรอยยิ้มเย็นเฉียบ “ก็มิได้ดีเลิศอันใด” เอ่ยจบก็ผละจากระเบียงกลับเข้าไปด้านล่าง หลินถิงแม้จะถูกปฏิเสธ แต่ก็ไม่รู้สึกเขินอายแม้แต่น้อย นางเอียงศีรษะเล็กน้อย หันกลับไปกินเมล็ดบัวในอ้อมแขนต่อ กระโปรงสีเขียวอ่อนและชายกระโปรงลายชมพูขาวทอดแนบกับไม้กระดานของดาดฟ้ามีบัณฑิตบางคนรู้สึกเสียดาย จึงแอบเหลือบมองนางบ่อยขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่พวกเขาเห็นก็มีเพียงเงาร่างในชุดเขียวอมชมพูนั่งกินเมล็ดบัวอย่างขะมักเขม้น ขณะที่ฝักบัวในกองตรงหน้านางก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“คุณหนูผู้นี้กินเก่งยิ่งกว่าพวกเราซะอีก” ใครคนหนึ่งอดเอ่ยออกมาไม่ได้จู่ๆ ก็มีคนพูดถึงสกุลเซี่ยขึ้นมา บรรยากาศเริ่มคึกคักอีกครา“ได้ข่าวว่าคุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ย