ลูกธนูลูกนั้นทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาตกใจไม่น้อย ต่างก็พากันมองซ้ายมองขวาแล้วรีบหลบเลี่ยง หวั่นว่าจะมีลูกต่อไปตามมาอีกจินอันไจ้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แววตาเย็นเฉียบ เขาควักดาบออกมาด้วยสัญชาตญาณ จ้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของถนนสายตะวันตกอย่างแน่วแน่ เตรียมจะลงมือ“เจ้าหาที่หลบก่อนเถอะ”หลินถิงกลับคว้าแขนเขาไว้ “เดี๋ยวก่อน”จินอันไจ้มองนางอย่างไม่เข้าใจ นางมิใช่หรือที่กลัวตายที่สุด? ทำไมไม่รีบหลบซ่อนเหมือนทุกที ซ้ำยังมาขัดขวางเขาเสียอีกหลินถิงไม่มีเวลาจะอธิบายละเอียด รีบพูดเร็วปรื๋อ “คนที่ยิงธนู……คือกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร”เมื่อได้ยินว่านั่นคือองครักษ์เสื้อแพร จินอันไจ้ก็เก็บดาบกลับเข้าฝัก เขาเข้าใจผิดคิดว่าคนพวกนั้นที่ตามล่าตนเจอเบาะแสแล้วตามมา ยังดี……ไม่ใช่ อย่างน้อยก็ยังมีทางออกตั้งแต่วินาทีที่หลินถิงเห็นต้วนหลิง นางก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวที่ถนนสายตะวันตก ที่แท้เขากำลังสืบคดีวันขบวนแห่โคมบุปผา พยายามหาตำแหน่งและตัวคนร้ายที่ยิงธนูในวันนั้นแต่เวลากลางวันแสกๆ เช่นนี้ ผู้คนก็ยังเดินกันพลุกพล่าน เขาไม่น่าจะเลือกเวลานี้มาตรวจสอบเลยกระมัง?คิดอีกที องครักษ์เสื้อแพรเป็นกองกำลังที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้โดยตรง วิธีการทำงานรวดเร็ว เด็ดขาด ไม่เกรงใจใครไม่แปลกที่จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้กลางถนนแต่ลูกธนูนั่น……เหตุใดถึง “บังเอิญ” มาตกใกล้เท้านางได้?หรือว่าต้วนหลิงตั้งใจ?เขายืนอยู่ที่หน้าต่าง พอเห็น