เถาจูนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า“คุณหนูเจ็ด ท่านควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะกระทำสิ่งใด อย่าได้หุนหันเช่นนี้เลย มันไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของท่านนะเจ้าคะ ท่านเมื่อก่อนมิใช่หรือที่รักในชื่อเสียงของตนยิ่งนัก……”นางเริ่มเทศนาอีกแล้ว แต่หลินถิงไม่ไยดีต่อคำสอนของนาง ก้มหน้าคัดเลือกผ้าไหมอย่างสบายใจ“เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อน ข้ายังเคยเกิดมาหนักแค่สามจินกว่าๆ ตอนนี้หนักขึ้นตั้งเท่าใดแล้ว?”หลังมื้อเช้า หลินถิงข่มขู่ว่า หากเถาจูยังพูดพร่ำอีก นางจะไม่พาออกไปเที่ยวด้วยคำขู่นั้นได้ผลยิ่งกว่าอย่างใด เถาจูรีบเงียบปากทันที กลัวว่าจะถูกหลินถิงทิ้งไว้ที่จวนสกุลหลิน แล้วออกไปเดินเล่นคนเดียวปลายยามเฉิน หลินถิงออกเดินทางไปยังจวนต้วน เพื่อไปเยี่ยมต้วนซินหนิง นางไม่แน่ใจว่าต้วนหลิงจะอยู่ที่จวนหรือไม่ บางทีอาจยังคงอยู่ที่กองกำกับการเหนือเพื่อทำหน้าที่เมื่อไปถึงจวนต้วน หลินถิงก็ถูกพาไปยังเรือนของต้วนซินหนิงเช่นเคย แต่ครานี้ผู้ที่พานางเข้าไปมิใช่เพียงบ่าวเฝ้าประตูทั่วไป หากเป็นจื่อหลาน สาวใช้คนสนิทของต้วนซินหนิง นางมารอรับหลินถิงถึงหน้าจวนด้วยตนเอง เพราะมีเรื่องสำคัญจะกล่าวหลังจากกลับจากสนามม้าในวันนั้น ต้วนซินหนิงก็เศร้าหมองไม่ร่าเริง เบื่ออาหาร และเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ยอมออกไปไหน จื่อหลานกังวลว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้จะกระทบต่อร่างกายของคุณหนูการที่หลินถิงมาในวันนี้มิใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นเพราะจื่อห