ขนตาของต้วนหลิงซับหยาดฝนจนดูยาวชุ่ม เขาก้มหน้าลงมองหลินถิงซึ่งใบหน้าถูกฝนสาดเปียกโชก ฝ่ามือของนางซึ่งร้อนผ่าวแนบแน่นอยู่กับแผ่นหลังของเขา แม้มีอาภรณ์หลายชั้นกั้นอยู่ ยังคล้ายถ่ายทอดไออุ่นได้เขากำลังจะผลักหลินถิงออกไป แต่นางกลับกอดแน่นขึ้นอีก ร่างทั้งสองล้มลงกับพื้น ก่อนจะกลิ้งไปใต้รถดอกไม้ขณะเดียวกันก็มีลูกธนูนับสิบพุ่งเข้ามาเสียง “ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว” ดังต่อเนื่อง ธนูเย็นเฉียบปักรถดอกไม้จนพรุนแม้กระทั่งลูกหนึ่งยังทะลุแผ่นไม้ของรถ แทงลงพื้นข้างกายนาง ปลายลูกธนูยังสั่นสะเทือนอยู่ เห็นแล้วชวนให้ใจหาย แต่เสียงจากระบบว่า “ภารกิจสำเร็จ” ก็ดังขึ้น ทำให้นางรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วก่อนลงมือ หลินถิงก็เตรียมใจไว้แล้วว่าหากต้วนหลิงหลบอีก นางก็จะพุ่งหลบเข้ารถคนเดียว เพราะชีวิตนางต้องมาก่อน ทว่าไม่คิดว่าครั้งนี้จะสำเร็จอาจเป็นเพราะนางเลือกจังหวะได้พอดี ต้วนหลิงคงคิดว่านางมาช่วยชีวิตเขา จึงไม่หลบ ยืนนิ่งมองนางวิ่งเข้าไปหลินถิงลอบชำเลืองมองข้างนอก พลางหอบหายใจแรง ครั้นได้สติ ก็พบว่าตนยังทับอยู่บนร่างต้วนหลิง ตอนนี้หน้าท้องของนางแนบชิดกับหน้าท้องเขา ท่าทางแลดูสนิทสนมไม่เหมาะสมต้วนหลิงเองก็มองนางอยู่สายตาประสานกัน หลินถิงจึงคลายวงแขนที่กอดเขาเล็กน้อย ขยับหน้าท้องที่กดเขาออกไปเล็กน้อย แล้วยิ้มแห้งๆ “ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านต้วน ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม”แม้ไม่มีนาง ต้วนหลิงก็สามารถรับมือธนูพวกนั้นได้ ทว่าเขากลับตอบอ