ต้วนหลิงยังมีราชการต้องไปสะสาง ไม่อาจอยู่ที่หอหนานซานได้นานนัก จำต้องออกเดินทางกลับไปยังกองกำกับการเหนือ หลินถิงกล่าวว่าจะไปส่งเขา ต้วนหลิงไม่เคยได้ยินสตรีเอ่ยประโยคนี้กับบุรุษมาก่อน ถึงกับชะงักเล็กน้อย แต่ก็หาได้ปฏิเสธไม่ครานี้ทั้งสองหาได้เดินย้อนเส้นทางเดิมไปยังกองกำกับการเหนือ หากแต่หลินถิงเลือกเดินอีกเส้นทางหนึ่งที่ทางเหนือ อิงแอบตรอกฉางซิง ส่วนทางใต้ติดกับถนนจวี้เซวี่ยฝั่งตะวันตก ถนนเส้นนี้ลือกันว่าเป็นถนนที่คึกคักที่สุดในยามกลางวัน ผู้คนหลากหลายปะปนกัน ทั้งยังเป็นเขตที่เจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างหลวมๆครั้งหนึ่งแคว้นต้าเหยียนเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชนชาติหลากหลายต่างมุ่งหน้ามาเจริญสัมพันธไมตรี เพื่อให้รองรับชนต่างแคว้นเหล่านี้ จึงมีการจัดตั้งย่านพิเศษขึ้น โดยย่านตะวันตกแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่พักพิงของชาวต่างแดนพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวค้าขายอยู่ที่นี่ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของแคว้นเหยียนอีกด้วยถนนตะวันตกคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บ้างก็แสดงกายกรรมอย่างสุดฝีมือ ไม่ว่าจะพ่นไฟ ทุบหินด้วยหน้าอก กลืนดาบ หรือขว้างมีดบิน บ้างก็เดินทอดน่องตามลานถนน หากพบการแสดงที่ถูกใจ ก็โยนเงินรางวัลให้อย่างไม่ลังเล ชาวหูมีนิสัยเปิดเผย ชอบเต้นระบำสะโพกกลางถนนอย่างเมามัน เรียกเสียงโห่ร้องเชียร์จากฝูงชนได้เป็นระยะหลินถิงไม่เคยตระหนี่คำชม เห็นใครแสดงได้งดงามจับใจก็ควักเงินรางวัลโยนใส่มือ แล้