างหนึ่งที แล้วเหลือบตามองเกาลัดในมืออีกหน หลินถิงรีบโยนเกาลัดแกะเปลือกกลับเข้าไปในถุง“เมื่อครู่คนเยอะเกินไป ข้าหาท่านไม่เจอ นึกว่าท่านกลับไปก่อนแล้วเสียอีก” นางเอียงคอมองเขา “ท่านไม่รีบกลับกองกำกับการหรอกหรือ? แล้วทำไมยังอยู่?”เขาเหลือบมองนางคณิกาอันดับหนึ่งบนเกี้ยวอีกครา เอ่ยเรียบๆ ว่า “ยังไม่กลับ”นางเอ่ยด้วยความฉงนใจ “เหตุใดหรือเจ้าคะ?”“ดูนางคณิกา”หลินถิงไม่มีวันเชื่อเขาเด็ดขาด แน่ใจว่าเขาคงมีภารกิจอื่นที่ต้องจัดการ เพียงแต่ไม่คิดจะถามให้ลึกลงไป เพราะสำหรับนางแล้ว เรื่องนั้นมิใช่สาระสำคัญ ภารกิจของนางสำคัญกว่าจิตใจของนางเริ่มกระสับกระส่ายอีกครา บรรดาชาวบ้านต่างมัวแต่จับจ้องการแสดงของนางคณิกา เว้นเสียแต่ผู้คนเบื้องหลังที่ยังเบียดเสียดเข้ามาไม่หยุด แต่ด้านหน้าอย่างพวกเขานั้นกลับแน่นขนัดดั่งกำแพงมนุษย์ที่แทบไม่ไหวติงครั้นพวกเขาอยู่ใกล้เกี้ยวบุปผาแทบชิดติดกันแล้ว เช่นนั้นก็ไม่น่าจะเกิดเหตุชุลมุนดั่งตอนแรกอีก หลินถิงจำต้องยอมรับว่า นางได้พลาดโอกาสเหมาะในการสวมกอดต้วนหลิงไปเสียแล้วน่าเสียดายยิ่งนัก นางล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงขั้นเกิดความคิดจะใช้ยาสลบกับเขาเสียเลย จากนั้นก็ค่อยหาโอกาสเหมาะในการกอดตามใจปรารถนา แต่ภาพฝันนั้นงดงาม ทว่าโลกความจริงกลับโหดร้าย หากชายผู้มีตำแหน่งสูงส่งเช่นต้วนหลิง สามารถถูกยาสลบของนางเล่นงานได้ง่ายดาย เช่นนั้นเขาคงสิ้นชีพไปนับร้อยนับพันคราแล้ว ไหนเลยยังยืนห