กิจการของหอหนานซานยังคงรุ่งเรืองเช่นเคย เด็กรับใช้ง่วนจนแทบเท้าไม่ติดพื้น แขกเหรื่อหลั่งไหลไม่ขาดสายเสียงหัวเราะพูดคุยดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถงหลินถิงนั่งอยู่ในห้องชั้นดีที่หันหน้าเข้าหาเวทีงิ้ว นางเหลือบตาขึ้นมองตรงข้ามเป็นระยะ บนเวที นักแสดงงิ้วแต่งหน้าจัด เสียงร้องอ่อนหวานจับใจ บทเพลงอันแสนไพเราะซึมลึกเข้าสู่โสตประสาท ทำให้ผู้คนลุ่มหลง ต้วนหลิงนั่งอยู่ทางซ้ายมือของนาง วางมือลงบนโต๊ะไม้ไกลตัว ปลายนิ้วแตะผิวโต๊ะอย่างแผ่วเบา เขามองดูนักแสดงงิ้วด้วยสีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดสามารถรบกวนเขาได้นี่เป็นครั้งที่สองที่หลินถิงเอ่ยปากว่า “ข้ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับท่าน” ต้วนหลิงจึงนั่งรอด้วยความอดทนแต่หลินถิงก็ไม่ได้ให้เขารอนานนัก ขณะที่นักแสดงงิ้วร้องถึงประโยคที่สาม นางก็หันกายไปยกชาอุ่นที่เด็กชงชาเพิ่งรินไว้ แล้วเทใส่ถ้วยเลื่อนส่งให้เขา “ท่านต้วน เชิญจิบชาเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงมองถ้วยชาบนโต๊ะ พลันนึกถึงขนมหน้าตางดงามและกลิ่นหอมหวานที่หลินถิงเคยให้เขาในวัยเยาว์ เขาแพ้ถั่ว หากกินเข้าไปจะเกิดผื่นคัน คลื่นไส้ อาเจียน หากรุนแรงอาจถึงขั้นหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ แต่ขนมนั้นกลับมีผงถั่วผสมอยู่ด้วย ช่าง……บังเอิญเกินไปกลิ่นชาอบอวล เบาสบายและหอมสดชื่น ต้วนหลิงเพียงมอง ไม่ยื่นมือไป “ข้าไม่กระหายน้ำ”หลินถิงหาได้ใส่ใจไม่ กลับยกชาขึ้นจิบช้าๆ ชโลมคอ แล้วโน้มกายเข้าใกล้ พลางกระซิบเบาๆ ด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ“เรื่อง