ย ปล่อยให้เหล่าสาวใช้ขยับแขนขาให้นาง ในขณะที่นางมองไปยังภาพสะท้อนในกระจกหญิงสาวในกระจกเกล้ามวยสองข้างสีดำขลับ ปักปิ่นเงินเรียบง่าย ผิวพรรณขาวเนียนนวลปลั่ง ใบหน้ามีสันโหนกสวยงาม คิ้วเข้มคม ริมฝีปากสีชมพูอ่อนรูปลักษณ์ของหลินถิงถอดแบบจากมารดามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน งามแพรวพราวแต่ไม่ฉูดฉาด ราวกับดอกบัวแดงที่เบ่งบานถึงขีดสุดชุดที่สาวใช้เลือกให้นางเป็นกระโปรงสีชมพูเข้ม ยิ่งขับผิวขาวให้เปล่งปลั่งยิ่งขึ้นหลินถิงละสายตาจากกระจก หยิบสายรัดเอวขึ้นมาผูกเอง ขณะโน้มตัวลง รูปจันทร์เสี้ยวบนต่างหูพลอยเย็นเฉียบก็ลากผ่านแก้ม ความเย็นที่สัมผัสกับผิวทำให้นางรู้สึกวาบหวิวขึ้นมาในอกหลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เหล่าสาวใช้ก็จัดการแต่งหน้าปรุงโฉมให้นาง เส้นไหมแดงที่ประดับไว้บนศีรษะห้อยระย้าแนบลงมาตามไหล่ ราวกับแต่งแต้มเลือดฝาดให้พวงแก้มของนางยิ่งดูงดงามสดใสนางแม้จะงาม แต่เป็นความงามที่แฝงด้วยความเฉียบคม จำเป็นต้องแต่งหน้าอ่อนลงในยามปกติ เพื่อทำให้ดูอ่อนโยนลง“คุณหนูเจ็ด เข่ายังเจ็บอยู่หรือไม่เจ้าคะ?” สาวใช้คนสนิท “เถาจู” ค่อยๆ ช่วยนางหวีผม พลางก้มหน้ามองเข่าของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารหลินถิงมิได้ใส่ใจนัก โบกมือเบาๆ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ข้าเคยคุกเข่ามาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว” จากนั้นก็เรียกให้เถาจูนำถุงหอมมาให้ ก่อนลุกขึ้นเดินออกไป เถาจูรีบติดตามไปอย่างใกล้ชิดเมฆสูงลอยเหนือศีรษะ แดดร้อนแผดเผา พัดพาเอาลมร้อนมาเป