เป็นเพราะการรักษาต้องแข่งกับเวลา ในสองวันแรกเหล่าองครักษ์และทหารล่อเอานักฆ่าออกมาตายอยู่ในค่ายกลได้หลายร้อยคน ทว่าเมื่อฝ่ายนั้นรู้กลอุบายก็ไม่ยอมออกมาอีก จินวั่งซู่ที่ลอบยิงธนูคอยเก็บนักฆ่ามิให้กลับเข้าสำนักรู้สึกสะใจยิ่งนักในคราวแรกทว่าวันต่อมากลับต้องสบถเสียหลายครั้งเมื่อนักฆ่าพวกนั้นก็นำเอาธนูมายิงโต้ตอบ เขาจึงต้องสั่งให้พลธนูเตรียมโล่กำบังมาด้วย พอถึงวันที่สามการยั่วยุก็ไม่เป็นผล จินวั่งซู่จึงได้แผนเดิมก็ลอบเข้าทางลัดไปยิงธนูไฟเพื่อเผาเรือนในสำนักไหม้ไปอีกสองเรือน“ข้าเผาโรงครัวพวกมันแล้ว เจ้าก็คอยดูเถิดว่าพวกมันจะทำเยี่ยงไร ส้วมกับครัวไหม้ไปหมดแล้วเช่นนี้จะดำรงชีวิตกันอย่างไร? ความอดอยากนี่ล่ะจะทำให้พวกมันต้องดิ้นรนออกมาเอง”ชินอ๋องผงกศีรษะรับ จินวั่งซู่ช่างเป็นคนโฉดตัวจริง หากให้พระองค์ทรงคิดก็ไม่เคยคิดจะเผาส้วมและโรงครัวในค่ายทหารของแคว้นใดมาก่อน“เจ้าคิดได้ร้ายกาจนัก…”จินวั่งซู่ฟังแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคำชมเพราะสีพระพักตร์ของชินอ๋องดูคล้ายจะแสยะยิ้มแบบแหยงๆอยู่สักหน่อย….แต่คุณชายจินก็รู้สึกภาคภูมิใจเพราะไม่ถึงสองวันเหล่านักฆ่าก็เริ่มเคลื่อนไหวเพราะเสบียงขาดแคลนคนจำนวนหนึ่งจึงต้องหวังจะลอบออกไปนำเสบียงกลับเข้าป่า ทว่าทั้งห้าเส้นทางนั้นล้วนมีคนเฝ้ารอปลิดชีพอยู่ไม่น้อยวันที่สามหงอี้เทียนกับท่านอาเจียงที่ทราบข่าวก็เร่งเดินทางมาช่วยเหลือ“ซือซือ เจ้ามิได้พักเลยหรือ? ลูกๆ ในท้องข