ฆ่าข้า เราสองคนสมควรจะดวลกันให้รู้ดีรู้ชั่ว” หมิงเฟยหลงนึกถึงการบาดเจ็บล้มตายของเหล่าทหารและองครักษ์รอบข้างที่เกิดจากฝีมือของเถียนลู่หลินผู้นี้ ความหวาดระแวงนับสิบปีกับความอาฆาตมาดร้ายหมายชีวิตของศัตรูสมควรจะจบลงเสียทีฮ่องเต้ทรงอาภรณ์ขาวปักลายมังกรงดงามในพระหัตถ์คือกระบี่ดูดวิญญาณที่สูญหายไปในยุทธภพหลายสิบปี เถียนลู่หลินในคราแรกมิได้สนใจมองกระบี่ที่ฮ่องเต้จะใช้ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาในทุ่งหญ้าในระยะที่สังเกตรายละเอียดของกระบี่ได้ชัดขึ้นก็ตกใจ“เจ้าได้กระบี่นั่นมาจากที่ใด?” เดิมทีเขาคิดว่าตนเองมีโอกาสตัดหัวของฮ่องเต้ได้ไม่ยากนัก กระบี่กราชากวิญญาณหนึ่งเดียวของยุทธภพเป็นสุดยอดอาวุธทรง พลานุภาพของยุทธภพ ยากจะมีอาวุธใดต้านทานได้ ซ ้าความร้ายกาจของกระบี่ที่ทำให้ศัตรูเกิดภาพหลอนนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ทำลายคู่ต่อสู้ได้อย่างร้ายกาจ แต่….“ในเมื่อข้ายอมรับการประลองกับประมุขสำนักนักฆ่าอันดับหนึ่งอย่างเจ้าข้าย่อมต้องหาอาวุธที่ดีที่สุดออกมาใช้ กระบี่ดูดวิญญาณนี้จึงเป็นสิ่งที่คู่ควรจะประมือกับกระบี่กราชากวิญญาณของเจ้า”เถียนลู่หลินไม่เชื่อว่าหมิงเฟยหลงจะล่วงรู้ความลับที่ผู้เฒ่าเซียนกระบี่ได้ทิ้งไว้ในกระบี่ทั้งสองเพราะเรื่องเหล่านี้อดีตเจ้าสำนักเป็นคนบอกกับเขาเองว่ามีคนรู้เพียงไม่กี่คนและคนเหล่านั้นล้วนหายสาบสูญไปแล้ว แต่จากท่าทางการถือกระบี่ดูดวิญญาณของหมิงเฟยหลงแล้ว คนผู้นั้นต้องพอจะรู้วิชากระ