ว่าเป็นพี่ชายของเขาแล้ว เจ้ายินดีมอบน้องชายของเจ้าให้เป็นทหารของข้าหรือไม่?”จูจิ้นติ้งยิ้มรับรีบคุกเข่าขอบพระทัยชินอ๋อง ความหนักใจที่น้องชายภรรยาเป็นคนของสำนักมืออสูรจางหายไปในทันใด เขารู้ว่าฮ่องเต้มีพระประสงค์จะทำลายล้างสำนักมืออสูรให้สิ้นซาก หากว่าเขาไม่เจอเซียนหย่งไถก่อนเห็นทีไม่อาจจะหาวิธีช่วยลบล้างความผิดไปได้“ฝ่าบาท กระหม่อมจะแต่งตั้งเซียนหย่งไถเป็นกุนซือทำลายค่ายกลบุกทำลายสำนักมืออสูร พระองค์เห็นว่าอย่างไรพะยะค่ะ?”หมิงเฟยหลงทรงผินพระพักตร์ไปทางเซียนหย่งไถ “สำนักของเจ้าส่งนักฆ่ามาลอบสังหารข้าหลายครั้งหลายคราเป็นภัยแก่แผ่นดิน ข้าจะให้โอกาสเจ้าทำคุณไถ่โทษ หากเจ้าทำลายค่ายกลนี้เพื่อเปิดทางแก่กองทัพของชินอ๋อง ข้าจะถือว่าเจ้ามีความชอบ”เซียนหย่งไถรีบคุกเข่า “ฝ่าบาทโปรดอภัย หม่อมฉันไม่อาจทำลายค่ายกลนี้ได้ในทันทีพะยะค่ะ”คนทั้งหมดที่ยืนรายล้อมต่างสีหน้าตื่นตระหนก“ค่ายกลนี้ใช้เวลาสร้างกว่าสองเดือนและกินอาณาเขตแทบจะทั่วผืนป่า หม่อมฉันได้วางกลไกไว้ซับซ้อนนักหากคิดจะทำลายต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึงสามเดือนพะยะค่ะ”“หืม…..” หมิงเฟยหลงได้ยินเช่นนั้นก็อดจะอัศจรรย์ใจในความสามารถของบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้ามิได้“นี่เจ้าวางค่ายกลทั้งป่าหางมังกรเลยหรือ?”“พะยะค่ะ”“เช่นนั้นมีหนทางใดที่จะเข้าไปทำลายสำนักมืออสูรได้เล่า?”“ค่ายกลของกระหม่อมนำคนเข้าออกได้เส้นทางไม่เกินหนึ่งร้อยคนพะยะค่ะ และเหมือนอย่างที่ทรงทราบ