เซียนหย่งไถเร่งนำทางไม่พูดไม่จา กระทั่งพ้นแนวป่าเขาจึงค่อยผ่อนฝีเท้าลงแล้วหันมาบอกชายทั้งสองที่ด้านหลัง“เราพ้นค่ายกลแล้ว กว่าพวกข้างในจะออกมาได้ก็คงเป็นพรุ่งนี้เช้า ว่าแต่ชายป่าหางมังกรอยู่ห่างจากตำบลข้างหน้ามาก พวกเราคงมิได้พักเป็นแน่”“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าคิดว่าพี่เขยของเจ้าคงซุ่มรอข้าอยู่แถวนี้” องครักษ์เติ้งในใบหน้าของเซียนเจียวเหม่ยมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหยิบนกหวีดโลหะอันเล็กขึ้นมาเป่าเป็นสัญญาณสั้นยาวสลับกันสองสามครั้งรอไม่ถึงสองอึดใจ เสียงม้าสองสามตัวก็ควบตรงมา“หลบก่อน ไม่แน่ว่าจะเป็นคนของเรา” ทั้งสามคนรีบหลบเข้าข้างทางทันที ม้าตัวแรกที่วิ่งนำหน้าคือจูจิ้นติ้งในชุดองครักษ์ เมื่อเห็นท่าทางของสหายเติ้งเฉินฟู่ก็จำได้ในทันทีจึงโผล่หน้าออกมาโบกมือเรียกหัวหน้าสวีตามหลังมาติดๆ ทั้งสองดึงบังเหียนม้าให้ลดความเร็วและจอดอยู่ต่อหน้าคนทั้งสาม“นี่คือผู้ใด?” องครักษ์จูทำหน้าเคร่งเครียดเติ้งเฉินฟู่หัวเราะหึๆ “น้องชายของภรรยาเจ้าอย่างไรเล่า? ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายของสำนักมืออสูร”“ไอหยา!” จูจิ้นติ้งอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ครั้งก่อนเมื่อเขารู้ว่าภรรยาเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งก็น่ากลัวพออยู่แล้ว คราวนี้ยังมีน้องชายของภรรยาเป็นผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายของสำนักนักฆ่าอีก…นี่มันจะเขย่าขวัญเกินไปแล้ว!“ท่านคือท่านพี่เขยหรอกหรือนี่? ข้าเซียนหย่งไถน้องชายของพี่เหม่ยเอ๋อร์ ข้าตามหานางมาหลายปีแล้วจึงต้องแฝงกายอยู่ที่สำนักมืออสูร