เมื่อคนทั้งหมดมาถึงที่ตั้งกองทัพพยัคฆ์เหินจึงได้รู้ว่าฮ่องเต้และฮองเฮาทรงเสด็จมาด้วย พวกเขาจึงได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ในกระโจมใหญ่ จูจิ้นติ้งจึงได้ถวายหมอนที่นำมาจากตำหนักเป่าฉีให้หมิงเฟยหลงและชินอ๋องได้ทอดพระเนตรร่องรอยการปัดธนูไฟด้วยหมอนของฮองเฮา“อืม…นับว่าหมอนของข้ามีประโยชน์ต่อเจ้านัก ที่พังขาดไปข้าก็ไม่โทษเจ้า” หลวนฮองเฮาแย้มพระสรวลน้อยๆ นางต่อรองจนได้ตามเสด็จฮ่องเต้ลงมาผู้หนีรอดจากสำนักมืออสูรทั้งสาม“กระหม่อมได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยพะยะค่ะ”เติ้งเฉินฟู่ชี้ให้สองพระองค์ดูเสื้อผ้าที่มีรอยขาดและไหม้หลายส่วน ผิวบริเวณนั้นเพียงแต่แสบร้อนและมีรอยแดงฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์น้อยๆ “ดีแล้วที่เจ้าปลอดภัย” จากนั้นทรงหันไปสนใจบุรุษร่างใหญ่ที่ถูกแนะนำว่าเป็นผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายของสำนักเงาอสูร “เจ้านี่เองกุญแจนรกที่ร ่าลือกันในยุทธภพ”“พะยะค่ะ กระหม่อมเอง”“ขอบใจที่เจ้าพาองครักษ์ของข้ากับคุณชายจินหนีรอดออกมาจากในนั้น”เซียนหย่งไถจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในชีวิตของเขา“กระหม่อมเพียงต้องการตามหาพี่สาวคนเดียวที่เหลืออยู่ให้พบพะยะค่ะ”“เจ้าคงได้พบพี่เขยเจ้าแล้วสินะ”“พะยะค่ะ”ชินอ๋องสนใจในบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้า “ข้าเคยได้ยินคำร ่าลือถึงความสามารถในการสร้างค่ายกลของเจ้ามานาน หากว่าข้าอยากให้เจ้าเข้ามาเป็นกุนซือกองทัพเจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไร?”เซียนหย่งไถได้ยินเช่นนั้นก็ปลาบปลื้ม “เป็นพระกรุณาพะยะค่ะ”“องครักษ์จู เจ้านับ