“ข้าว่าอย่าเพิ่งลงมือเลยจะดีกว่า ข้าเกรงคนจะสงสัยเอา”อู๋กงกงหรี่ตาลง มองขันทีเซิ่งอย่างไม่ไว้วางใจ“เจ้าพูดเช่นนี้ หรือคิดจะเปลี่ยนใจไม่ร่วมมือกับข้า”“มิได้ๆ ข้าเพียงแต่เกรงว่าหากท่านบุ่มบ่ามจะเสียงานใหญ่”“อืม…เจ้าพูดมีเหตุผล ยามนี้ดูเหมือนหมิงเฟยหลงจะรู้ตัวแล้ว”ขันทีเซิ่งผงะเล็กน้อย “ท่านรู้ได้อย่างไร?”“ข้าเห็นเขาเรียกองครักษ์หู่กับองครักษ์จูไปคุยเป็นการส่วนตัว คนอย่างฮ่องเต้หากไม่ระแคะระคายสิ่งใดย่อมไม่ตรัสออกมา”จินวั่งซู่แสร้งก้มหน้าเล็กน้อย “อาจจะเป็นเพราะข้าทำงานสะเพร่าทำให้ท่านเสียการ”อู๋กงกงตวัดแส้หางม้าไปด้านหลัง “เอาเถอะ อีกไม่กี่วันจะเป็นพักของข้า เจ้าก็พักให้ตรงกันด้วย”หัวใจของคุณชายจินเริ่มเต้นกระหน ่าเมื่อได้ยินคล้ายขันทีอาวุโสจะพาเขาออกจากวังไปด้วย “ท่านจะพาข้าไปที่ใด?”“ข้าต้องไปจัดการธุระที่สำนัก เจ้าเองก็ควรจะไปทำความรู้จักกับพวกเขาไว้บ้าง ต่อไปข้าจะให้เขาประสานงานกับพวกเขาแทนข้า”จินวั่งซู่ระงับความตื่นเต้นด้วยการแสร้งก้มหน้าแล้วกล่าวขอบคุณอู๋กงกง“ขอบพระคุณที่ส่งเสริมขอรับ”“เจ้าออกไปเถอะ ประเดี๋ยวหัวหน้าสาขาจะมาพบข้าแล้ว” อู๋กงกงยืนหันหลังให้ขันทีเซิ่งพลางถอดหน้ากากออก แม้คุณชายจินอยากจะเห็นใบหน้าจริงของอีกฝ่ายเพียงใดก็ไม่กล้าเล่นลูกไม้ เขาจึงอำลาแล้วถอยเท้าออกจากห้องไป ทว่าคนช่างสอดรู้อย่างเขาจะปล่อยให้ฉายาเสียหายไม่ได้ จินวั่งซู่จึงมองซ้ายมองขวาแล้วกระโจนเข้าไปในพุ