ครั้นเห็นถ้วยชาที่หมายตาเกรงจะเป็นของสิ่งที่จะมาทำร้ายฮองเฮา สุดท้ายตกมาแตกด้วยความบังเอิญขันทีก่วนจึงรู้สึกโล่งใจ“องค์หญิงอยู่นิ่งๆ พะยะค่ะ ให้พวกกระหม่อมเก็บเศษถ้วยก่อน”หมิงซีหลิวได้ยินคำเตือนจึงไม่กล้าขยับพระองค์ปล่อยให้นางกำนัลกับขันทีเช็ดและเก็บเศษกระเบื้องเรียบร้อย สีหน้าองค์หญิงน้อยดูไม่ค่อยดีนักเมื่อผินพระพักตร์ไปมองเสด็จพ่อและเสด็จแม่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักเพราะเกรงว่าจะถูกดุ“ไม่เป็นไรหลิวเอ๋อร์ ดีแล้วที่ไม่มีที่ใดได้รับบาดเจ็บ”“เพคะ” น ้าเสียงขององค์หญิงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“เก็บเสร็จแล้วพะยะค่ะ หม่อมฉันจะไปเอาว่าวมาถวายองค์หญิงเดี๋ยวนี้ โปรดทรงรออยู่ที่นี่นะพะยะค่ะ”หมิงซีหลิวได้ยินเช่นนั้นก็ทรงยิ้มกว้าง “ได้ๆ เจ้ารีบไปรีบมานะ”อู๋กงกงกับขันทีเซิ่งเห็นถ้วยชาเป้าหมายหล่นแตกก็หันไปสบตากัน ความผิดหวังฉายแวบออกมาในดวงตาวูบหนึ่ง หงซือซือที่หันมามองพอดีจึงได้เห็นความผิดปกตินั้น‘อู๋กงกงข้าว่าจะไม่สงสัยเจ้าแล้วเชียว…’จังหวะที่อู๋กงกงก้มลงมองเศษถ้วยชาแตกอยู่ไม่ไกลจากหงซือซือมากนัก นางจึงได้เห็นขุ่ยเล็กๆ ที่ต้นคอของขันทีอาวุโส‘นั่นมัน…..’ ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยพลางคิดในใจว่าจากนี้คงต้องระวังตัวและให้มาก หงซือซือหันไปทางพระสวามีที่ยกถ้วยชาขึ้นดื่มพอดีอีกไม่ถึงสองเค่อต่อมาหัวหน้าองครักษ์หู่ก็เดินลิ่วตรงเข้ามายังศาลาที่ประทับ“เจ้ายังไม่ถึงเวลากลับเข้าวังหลวงนี่นา เหตุใดดูรีบร้อน