“พาข้าเข้าจวนท่านก่อนเถิด” ขันทีก่วนในชุดบุรุษชาวบ้านหันซ้ายหันขวาคล้ายจะกลัวถูกคนติดตาม จูจิ้นติ้งเห็นท่าเช่นนั้นก็รีบพาเขาเข้าไปข้างใน“ในเรือนของท่านทุกคนไว้ใจได้หรือไม่?”องครักษ์จูหันไปมองรอบเรือน “ได้สิ พวกเขาล้วนเป็นคนเก่าคนแก่ของ ท่านพ่อท่านแม่ข้าทั้งนั้น”“ดี…ข้าอยากคุยเรื่องนี้ในเรือนส่วนตัวของท่านได้หรือไม่?”ชายหนุ่มเจ้าของจวนรีบผายมือเชิญขันทีหนุ่มเข้าไปข้างใน ท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขาทำให้จูจิ้นติ้งรู้สึกถึงอันตรายที่คล้ายจะคืบคลานเข้ามาใกล้ เมื่อนำหน้าเขาไปจนถึงเรือนด้านหลัง จูจิ้นติ้งจึงเชื้อเชิญให้ก่วนหย่งฟูนั่งลงบนเก้าอี้ห้องโถง“ที่นี่เป็นเรือนของข้ากับฮูหยินท่านสบายใจได้ที่นี่อยู่ห่างจากเรือนใหญ่และไม่มีคนเข้ามาวุ่นวาย” จบประโยคนั้น หู่ฮูหยินก็ถูกสาวใช้ประจำตัวประคองออกมาจากห้องนอนพอดี “นี่คือฮูหยินของข้า นางเป็นน้องบุญธรรมของหัวหน้าองครักษ์หู่”“ก่วนหย่งฟู คารวะหู่ฮูหยิน”ใบหน้าซีดเซียวของหู่ฮูหยินทำให้ขันทีก่วนนึกถึงเรื่องที่จูจิ้นติ้งเดือดเนื้อร้อนใจ ที่แท้ภรรยาขององครักษ์จูก็ไม่สบายจริงอย่างที่เขาเล่า ไม่นานนักสาวใช้อีกคนก็ถือถ้วยยามาให้ฮูหยิน“ยาต้มเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”จูจิ้นติ้งประคองภรรยาให้นั่งลงก่อนรับถ้วยยามาถือไว้แล้วป้อนนางด้วยตนเอง “เสี่ยวเจียวเจ้ารีบดื่มยาก่อนเถิด นี่เป็นยาพระราชทานของฮองเฮาเทียวนะ ข้าอยากให้เจ้ากินอิ่มนอนหลับ ลูกของเราจะได้แข็งแรงด้วย”เสี่ยวเจี