าแต่ข้าเองก็สงสัยนักว่าผู้ใดกันที่อยู่เบื้องหลังสำนักมืออสูร นับตั้งแต่ข่าวว่ามีสำนักอยู่ในแคว้นเว่ยผู้ดูแลคือพระญาติของพราชายาหานซู่ลี่ คราวนั้นเจ้าของสำนักก็สิ้นชีพไปแล้ว แต่พวกเขายังอยู่ ครั้งนี้ท่านอาเจียงของฮองเฮาก็บอกว่าสำนักนั้นยังคงอยู่แสดงว่าคงจะมีผู้หนุนหลัง ข้าอยากจะเดินทางไปให้เห็นด้วยตาของตนเองนักติดแต่ยามนี้ซือซือเดินทางไม่สะดวก”“พี่สามข้าอาสานำทัพไปถล่มพวกเขาเอง จริงอย่างท่านว่าพวกเราควรถล่มสำนักนี้ให้สิ้นซากเสียที”“ครอบครัวของเจ้าเล่า?”“มิเป็นไรหรอกเพราะยามนี้พวกเด็กๆ โตขึ้นมากแล้ว อิงเอ๋อร์ดูแลวังและลูกๆ ได้เก่งกว่าข้าเสียอีก ติดแต่ที่ท้องนี้ของอิงเอ๋อร์ดูโตเหมือนท้องที่แล้ว หากข้าไม่อยู่เกรงนางจะลำบาก ข้าคงต้องฝากท่านและฮองเฮาช่วยดูแลนางด้วย”ฮ่องเต้ทรงยิ้มน้อยๆ “ข้ารับปากจะส่งหมอหลวงที่เก่งที่สุดไปคอยดูแลชายาของเจ้า”“ขอบพระทัยพี่สาม”“เจ้าคิดจะเดินทางเมื่อใด?”“คงต้องตรวจสอบที่ตั้งของพวกเขาให้ชัดเจนก่อน ข้าจึงจะออกเดินทาง”หงซือซือที่ฟังอยู่นานนึกเห็นใจพราชายาฟ่านซิ่วอิงที่กำลังท้องโตจึงได้เสนอว่านางจะขอให้เจียงเผิงเผิงนำทางชินอ๋องไปยังที่ตั้งของสำนักมืออสูรในแคว้นเว่ย ได้ยินเช่นนั้นชินอ๋องก็ยิ้มออกมา“ขอบพระทัย ฮองเฮา หากท่านอาของพระองค์ยินดีช่วยก็จะทำให้หม่อมฉันทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น”“มิต้องเกรงใจ ล้วนเป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องคิดหาทางกำจัดเสี้ยนหนามให้ พี่สาม” หงซือซื