ห้ร่างของฝูหยางผงะหงายเซไปด้านหลังท่ามกลางเสียงปะทะกันของกระบี่หลายร้อยชีวิตรอบข้าง จนแทบไม่ได้ยินว่าผู้ใดกล่าวสิ่งใด ฝูหยางร้องด่าถงเหยียน“คนชั่วช้า! เจ้าหักหลังญาติผู้พี่ของข้าจึงคิดฆ่าปิดปากเพราะเกรงตนเองจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”“เจ้าเองก็สมควรไปอยู่กับญาติผู้พี่ของเจ้าเช่นกัน” แม่ทัพถงรู้ว่าฝูหยางเก็บรายชื่อผู้ร่วมก่อการกบฏเอาไว้จึงรีบทะยานเข้าต่อสู้ ทุกกระบวนท่าล้วนหวังชีวิต ฝูหยางต่อสู้มาแล้วพักใหญ่เรี่ยวแรงย่อมมิอาจสู้แม่ทัพถงที่เพิ่งเข้ามา กำลังของเขาจึงตกเป็นรอง อีกประการหนึ่งถงเหยียนแม่ทหารฝึกซ้อมเพลงอาวุธมิเคยขาด ต่างจาก ฝูหยางที่กลายเป็นมือปราบในเมืองหลวงเสวยสุขอยู่ท่ามกลางความเอื้อเฟื้อของเหล่าคหบดีใหญ่น้อยที่มักจะเชื้อเชิญเขาไปงานเลี้ยงหรือเลี้ยงอาหารตามเหลาและภัตตาคารหรูหราอยู่เนืองๆ วิทยายุทธ์ที่เคยฝึกปรือล้วนกลายเป็นเพียงความเคยชินในอดีตเท่านั้นฮ่องเต้โจวเฟิงประทับอยู่บนแท่นพระที่นั่งจึงทอดพระเนตรการต่อสู้ระหว่าง แม่ทัพถงกับฝูหยางได้ถนัดตา มองจากระยะไกลหลายคนก็ย่อมจะคิดว่าถงเหยียนสู้อย่างมอบกายถวายชีวิตเพื่อกำจัดกบฏ ทว่าความจริงแล้วนี่เป็นโอกาสในการปกปิดซ่อนเร้นความผิดพลาดที่แม่ทัพถงเคยสมคบกับกลุ่มกบฏต่างหากไม่นานนักถงเหยียนก็ฟันฝูหยางได้นับสิบแผลและแทงเข้าที่ท้องของหัวหน้ามือปราบเมืองหลวงจนปลายกระบี่ทะลุไปข้างหลัง“หัวหน้ากบฏตายหมดแล้ว!” ฮ่องเต้ทรงร้องออกมาเสียงดังลั่