พระนางทรงรับปากเมื่อเห็นว่าอย่างน้อยฮ่องเต้โจวเฟิงก็ยังเห็นแก่อ๋องโจวชุ่น ยอมให้ทางลงแก่ตน“ได้! ขอเพียงข้าล้วงแผนเขาได้ก็พอใช่หรือไม่?”“ถูกต้อง พะยะค่ะ” ฮ่องเต้ทรงค้อมศีรษะเล็กน้อย“หม่อมฉันเพียงอย่างแน่ใจว่าจัดการคนผู้นี้ได้ไม่ผิดพลาด ยามนี้เสด็จแม่คงจะทรงทราบแล้วว่าใต้เท้าฝูได้ผลักดันให้ทหารซึ่งเป็นคนของเขาขึ้นเป็นแม่ทัพแดนเหนือและแม่ทัพแดนใต้ ส่วนตนเองขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี ก้าวต่อไปย่อมต้องการกำจัดหม่อมฉันแน่นอนว่าในเมื่อต้องการบัลลังก์ ชีวิตของเสด็จแม่และโจวอ๋องก็ย่อมต้องสูญสิ้นอย่างไม่ต้องสงสัย หากพระองค์ไม่ทำครั้งนี้ให้เต็มที่ เกรงว่าสิ่งที่วางเดิมพันจะมิได้มีเพียงชีวิตของหม่อมฉันเท่านั้น”ฮองไทเฮาชะงักมือที่ถือพัดกลมเล็กน้อย “เดิมทีเขาบอกเพียงคิดจะช่วยข้าชิงบัลลังก์ ส่วนเขาหวังเพียงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนั่น”โจวเฟิงปรายพระเนตรมองพระมารดาเลี้ยง “หากเขาหวังเพียงเท่านั้นคงไม่ต้องดิ้นรนหานักฆ่าสำนักมืออสูรดอกพะยะค่ะ ในเมื่อลอบสังหารหม่อมฉันได้ง่ายดายแล้ว ชีวิตพระองค์กับโจวอ๋องก็คงจะไม่แตกต่างกัน แค่หลอกใช้พระองค์กำจัดหม่อมฉันก่อนจะยิ่งทำให้งานง่ายขึ้นมิใช่หรือ?”ฮองไทเฮาทรงใคร่ครวญแล้วก็นึกตกพระทัยย้อนหลัง ตนเองร่วมมือบอกหนทางและช่องทางให้นักฆ่าบุกเข้ามาวังหลวงอย่างสะดวกและง่ายดาย ต่อไปหาก ใต้เท้าฝูคิดจะลอบปลงพราชนม์ผู้ใดก็ล้วนทำได้ทั้งสิ้น‘นี่ข้ากลายเป็นคนชักศึกเข้าบ้านโดยแท้!’สีพ