ฮ่องเต้โจวเฟิงเสด็จกลับมายังตำหนักลู่เสียนก็เรียกให้ราชครูหมิงเข้าเฝ้าด่วน“ที่แท้ ฮองไทเฮาก็ซ่อนความลับของฝ่ายกบฏเอาไว้อีก น่าเจ็บใจนัก!”“ยามเรือแตก ทุกคนที่รักตัวกลัวตายก็ล้วนเอาตัวรอดทั้งนั้นพะยะค่ะ ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงฉุนเฉียว ควรจะถือโอกาสนี้ลิดรอนอำนาจของฮองไทเฮาให้หมดและให้พระนางถือศีลกินเจอยู่แต่ในตำหนักจะดีกว่า”“ข้าจะให้โจวอ๋องได้ทำคุณไถ่โทษ ถือโอกาสทดสอบความจงรักภักดีของเขาไปด้วย รบกวนท่านราชครูเป็นธุระเรื่องนี้” โจวเฟิงทรงมอบคำสารภาพของฮองไทเฮาให้ราชครูหมิงได้อ่าน“การเข้าทลายรังของนักฆ่าสำนักมืออสูรจำต้องคัดเลือกแต่ยอดฝีมือพะยะค่ะ ไม่ว่าทหารหรือจอมยุทธ์ฝีมือธรรมดาหากนำไปด้วยล้วนต้องตายเปล่ากระหม่อมเห็นว่าควรให้องครักษ์จังไปคัดเลือกคนที่วรยุทธ์สูงส่งมารวมตัวกันไว้ รอเวลาที่ใต้เท้าฝูทำลายแม่ทัพต้วนย่อยยับไปก่อน เราค่อยลงมือพร้อมกัน”“ท่านคิดการณ์รอบคอบนัก เอาตามนั้นก็แล้วกัน”“พะยะค่ะ”องครักษ์จังจิ้นเล่อและจงหลวนชุนจึงต้องลอบไปคัดเลือกยอดฝีมือมารวมตัวกันไว้ โดยแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กุนซือหงกับจิ้นวั่งซู่ลอบไปสืบที่ภัตตาคารข้างร้านเครื่องประดับเกาเจี่ย“เรื่องสืบไปกินไปน่าจะบอกข้าก่อนผู้ใด เพราะเหมาะกับข้านัก”“เจ้าคอยสังเกตและนับจำนวนคนให้ดีก็แล้วกัน”หงซือซือสั่งให้แมวดำหรือองครักษ์เงาประจำตัวลอบออกไปครัวด้านหลังภัตตาคาร คอยสังเกตและนับจำนวนนักฆ่าเพื่อให้วางแผนกำจัดครั้งเดียวให้