เมื่ออนุคนงามของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายฝูจินหรงขึ้นรถเกี้ยวออกมาหาซื้อเครื่องประดับที่ร้านเกาเจี่ยจนพอใจแล้วกำลังจะเดินทางกลับ ขอทานกลุ่มหนึ่งรวมตัวมายืนขวางทางอยู่ คนกลุ่มนั้นเสื้อผ้าขาดหวิ่นผมเผ้ารุงรัง ผิวปรุประตะปุ่มตะป ่าดูคล้ายเป็นโรคเรื้อนทำให้สาวใช้หน้าเกี้ยวตกอกตกใจร้องลั่น“เจ้าขอทานสกปรกออกไปเดี๋ยวนี้!”อนุซูแหวกม่านออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของสาวใช้“เจ้าเป็นอันใดหรือ? เสี่ยวสุ่ย”“ขอทานสกปรกมาขวางทางพวกเราเจ้าค่ะ ดูสิ…พวกมันมาเพิ่มอีกแล้ว สงสัยหวังจะดักขอเงินท่านเป็นแน่ ประเดี๋ยวให้ข้าไล่พวกเขาไปก่อน อนุซูอย่าลงมานะเจ้าคะ”แทนที่เสี่ยวสุ่ยจะได้ขับไล่คนเหล่านั้นแต่กลายเป็นจำนวนขอทานมารุมล้อมเกี้ยวมากขึ้นระหว่างที่นางกำลังละล้าละลังว่าจะทำเช่นใดดีก็มีมือปราบผู้หนึ่งขี่ม้าเข้ามาใกล้“แม่นาง ท่านเลี้ยวไปทางซอยนั้นเถิด ข้าจะสกัดขอทานพวกนี้ให้เอง”เสี่ยวสุ่ยรีบหันไปกล่าวขอบคุณแล้วสั่งให้คนหามเกี้ยวเข้าไปในซอยด้านขวา ทว่าเข้าไปไม่นานนักกลับปรากฏกลุ่มหมอกควันหนาทึบ“โอ๊ย! แสบตาจริง” บรรดาคนงานหามเกี้ยวร้องเอ็ดอึงกันลั่นจนต้องวางเกี้ยวลง อนุซูตกใจจนแหวกม่านออกมาดู พลันถูกมือใหญ่โปะผ้าสิ้นสติครั้นหมอกถูกลมพัดแรงสายหนึ่งพัดมาจึงสลายไป คนหามเกี้ยวก็เริ่มหามต่อ“เสี่ยวสุ่ยรีบตรงกลับจวนเถอะ ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว”“ได้เจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้จัดจ้านรีบรับคำใต้เท้าฝูจินหรงเห็นเสี่ยวสุ่ยประค