ถอนจะจ่ายสามพันตำลึง” เกออูหยินกล่าวด้วยน ้าเสียงลิงโลดทว่าสามีของนางกลับมิได้นำพา หากแต่สั่งนางห้วนๆ ว่า “เจ้าไปนำชุดทับทิมแดงมาคืนหงฮูหยินเดี๋ยวนี้”“หงฮูหยินข้าเองก็เป็นคนตรงไปตรงมา เช่นนั้นท่านก็จ่ายเฉพาะหนึ่งพันตำลึงเถิด ฮูหยินของข้าก็พูดไปเช่นนั้นเอง”เกอฮูหยินได้ยินสามีกล่าวตัดโอกาสของตนก็รู้สึกฉุนเฉียว นางอุตส่าห์มองเห็นโอกาสเพราะราชครูย่อมมีเบี้ยหวัดมากกว่าสามีนางหลายเท่านัก กลับต้องเอาของมาคืนให้โดยได้เพียงเงินตนเองคืนราวกับต้องปล่อยปลาที่ได้อยู่คามือลงน ้าไป…หลังจากหงฮูหยินรับเครื่องประดับและส่งเงินให้เกอฮูหยินแล้ว ราชครูหมิงก็ขอเวลาคุยธุระกับรองแม่ทัพกุ้ยเป็นการส่วนตัวสักครู่ สตรีทั้งสองจึงเชื้อเชิญกันไปดื่มน ้าชาที่ห้องข้างๆกุ้ยเพียนโจวที่เห็นว่าตนเองเป็นเพียงรองแม่ทัพกุมกองกำลังภาคกลางไหนเลยจะได้รับความสนใจจากราชครูจึงเลิกคิ้วน้อยๆ“มิทราบว่าท่านราชครูมีสิ่งใดจะชี้แนะข้าน้อย”ราชครูพยักหน้าไล่คนของตนออกไปยืนข้างนอกกุ้ยเพียนโจวเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจจึงบอกให้คนรับใช้ของตนออกไปเช่นกัน“อันที่จริงที่ข้ามาหารองแม่ทัพเพราะต้องการคุยเรื่องสำคัญ”ท่านราชครูหมิงลดเสียงลงขยับศีรษะเข้าไปอยู่เหนือถ้วยน ้าชาที่วางอยู่ใกล้ๆ ทำให้รองแม่ทัพกุ้ยต้องเอียงศีรษะตาม ครั้นราชครูหมิงกล่าวจบสีหน้าของกุ้ยเพียนโจวก็ซีดเซียว“หากเจ้าหาหลักฐานรายชื่อการร่วมมือระหว่างใต้เท้าก่งและอัครเสนาบดีฝ่ายขวามาได้ ข