ต่งงานเมื่อใดกัน?”ราชครูหมิงจำต้องเล่าความเกี่ยวพันลึกซึ้งระหว่างชิงฉู่กับจงหลวนชุนให้ฮ่องเต้ได้ทรงทราบ“ฮ่าๆ เจ้าองครักษ์ผู้นี้ ข้าให้คุ้มครองหญิงงามกลับครอบครองเสียได้นับว่าไม่เลว สมเป็นชายชาตรีสนมถูตัวปลอมก็งดงามมิใช่น้อย นี่คงติดบ่วงเสน่ห์ของนางสินะ”“ได้ยินเช่นนี้ฝ่าบาทพอจะทรงเสียสละยาเม็ดเดียวให้เขาไปได้หรือไม่?”“เอาเถอะ เห็นแก่ที่เขารับใช้ข้ามานับสิบปีข้าจะให้”เมื่อได้รับพระราชทานยาแล้วราชครูหมิงจึงกราบทูลเรื่องที่องครักษ์ของใต้เท้าก่งติดตามเพื่อจับกุมตัวของจงหลวนชุนกับชิงฉู่“ในที่สุดคนผู้นั้นก็อดรนทนไม่ไหว”“แต่ยังมีเหล่านักฆ่าอินทรีมาขัดขวางด้วยพะยะค่ะฝ่ายหลังดูท่าอยากจะฆ่าปิดปาก เพราะชิงฉู่เองก็เป็นคนขององค์กรอินทรีเช่นกัน”“นายท่านผู้นี้ถึงกับมีองค์กรนักฆ่าเป็นของตนเองช่างร้ายกาจนัก”“คนผู้นี้คงซ่องสุมผู้คนอยู่นานแล้วพะยะค่ะ รอเพียงจังหวะเหมาะสมก็คง จะก่อการ” สายตาของราชครูหมิงดูคล้ายกับมีคำตอบอยู่ในใจ“ท่านราชครูคงมีผู้ต้องสงสัยอยู่ในใจแล้ว”หมิงเฟยหลงค้อมศีรษะลง “พะยะค่ะ อีกไม่นานจะมีคนแสดงตัวแล้ว”หงซือซือแฝงกายเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาเพื่อดูท่าที ผ่านไปสามวันนางเพิ่งจะกลับมาถึงเรือนรับรองบ่นปวดแขนปวดขาจนหมิงเฟยหลงต้องลงมือนวดเนื้อนวดตัวให้นาง“พี่สามช่วงนี้ข้ายืนนานก็รู้สึกปวดขาง่ายขึ้น เห็นทีคราวหน้าคงไม่แปลงเป็นสาวใช้อีกแล้ว”“คราวก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้ เหตุใดจึงยังแปลงเป