หงซือซือบังคับให้พระสวามีพักผ่อนอยู่บนเตียงส่วนนางและแมวดำอีกสองคนลอบเข้าวังหลวงแคว้งผิงอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความสำคัญของเฉียงเจียวมิ่งนางจึงให้แมวดำทั้งสองช่วยรมยานางกำนัลผู้น่ารักแล้วเอาไปซ่อนไว้โจวฮ่องเต้สาวพระบาทตรงมายังเฉียงเจียวมิ่งที่ยืนเช็ดคราบฝุ่นบนตู้หนังสือ“มิ่งเอ๋อร์!”หงซือซือสะดุ้ง นางหันหน้ามาก็เห็นโจวเฟิงยืนอยู่แทบจะชิด“ฝ่าบาท ประเดี๋ยวผู้อื่นเห็นเข้าเพคะ”“ข้าสนใจความคิดผู้อื่นที่ไหนกัน? ขุนนางน่ารำคาญพวกนั้นก็มีแต่จะบังคับข้าให้แต่งตั้งฮองเฮาเพื่อประโยชน์ตนเท่านั้น”เฉียวเจียวมิ่งตัวปลอมกลอกตาเล็กน้อย เริ่มจับประเด็นความขัดแย้งได้“ฝ่าบาท หากไม่ยอมทำตามพวกเขาจะมีผลร้ายหรือไม่เพคะ?”“ผลร้าย? คนอย่างข้ามีสิ่งใดต้องกลัวพวกเขายามนี้ราชสำนักมีขุนนางฝ่ายซ้ายที่จงรักภักดีเพิ่มขึ้นอีกไม่นานข้าต้องจำกัดอำนาจพวกเขาได้แน่”หงซือซือถอนหายใจ ‘ไม่ว่าฮ่องเต้แคว้นไหนก็ล้วนพบแต่ปัญหาการแย่งชิงอำนาจทั้งนั้น’ โจวเฟิงอายุน้อยกว่าพระสวามีของนางมาก อาจจะคงอยู่ในช่วงที่พยายามรวบรวมผู้คนให้มาสนับสนุนตนเองเฉียงม่านหลิงเดินเข้ามายอบกาย นางหันมามองญาติผู้น้องด้วยความเป็นห่วง “ทูลฝ่าบาท พระสนมถูทรงล้มเจ็บเพคะ”สีหน้าของโจวเฟิงดูเหนื่อยหน่าย “อีกแล้วหรือ?ไปแจ้งหมอหลวงสิ จะมาบอกเจิ้นทำไมกัน?”หงซือซือเลิกคิ้ว สรรพนามที่โจวเฟิงใช้กับเฉียงเจียวมิ่งพิเศษกว่าข้ารับใช้ผู้อื่นเห็นทีระหว่างคนทั้งสองคนต้องมีบ