างอย่างซุกซ่อนอยู่องครักษ์หนุ่มร่างสูงโปร่งเข้ามาทูลเองท่านอ๋องโจวชุ่นขอเข้าเฝ้า โจวเฝิงเลิกคิ้ว “จะมาถึงตำหนักข้าทำไมกัน? เข้าเฝ้าที่อื่นก็ได้”“ข้ามาที่ตำหนักลู่เสียนมิได้หรือเสด็จพี่” ชายหนุ่มรูปร่างคล้ายโจวเฟิงแต่ตัวหนากว่าเล็กน้อยค้อมศีรษะถวายบังคม ทว่าสายตาของโจวชุ่นกลับจับจ้องมาที่นาง หงซือซือรู้สึกถึงความผิดปกติระหว่างบุรุษทั้งสองโจวเฟิงยืนบังร่างของเฉียงเจียวมิ่งเอาไว้ “เหตุใดต้องมาที่ตำหนักข้า?”“กระหม่อมมีเรื่องขุนนางเฉียงจะบอกมิ่งเอ๋อร์”“เจ้ารอบอกข้าที่ห้องทรงพระอักษรก็ได้ เดี๋ยวข้าจะบอกมิ่งเอ๋อร์เอง”“มิได้ พะยะค่ะ กระหม่อมอยากให้นางได้ทราบจากปากกระหม่อมเอง”สายตาของโจวเฟิงขุ่นขึ้น โจวชุ่นขยับหลบฮ่องเต้ยื่นหน้ามาหาหงซือซือที่ยืนอยู่หลังร่างสูงของโจวเฟิง“เจ้าไม่อยากรู้เรื่องบิดาเจ้าหรือ?”หงซือซือตกใจ นางกำนัลผู้นี้มีเรื่องบิดาด้วย? ซ ้านางยังเกี่ยวพันกับท่านอ๋องโจวชุ่นอีก นางรีบผงกศีรษะรับ “เพคะ”“ข้าพบพยานที่จะช่วยแก้ต่างให้บิดาเจ้าได้แล้ว”หงซือซือที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จึงไม่กล้าเอ่ยคำใดที่จะทำให้บุรุษทั้งสองผิดสังเกตในตัวนางเคราะห์ดีโจวเฟิงที่ยืนขวางอยู่รีบร้อนเอ่ย“หากเจอก็รีบนำมาสิ จะได้เอาใต้เท้าเฉียงออกจากคุกหลวงเสียที”“มิ่งเอ๋อร์ เจ้าอยากไปเยี่ยมบิดาเจ้าหรือไม่?”“เพคะ”“เช่นนั้นไปกับข้า” โจวชุ่นสรุปยิ้มๆ หันไปทำหน้าเหนือกว่าพระเชษฐาที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ด้านข้าง “เสด็จพี