่คงไม่ว่ากระมัง?”“ข้าไปด้วย!” จบคำพระหัตถ์ก็ฮ่องเต้ก็ฉวยมือของเฉียงเจียวมิ่งไปกุมไว้พลางเสด็จนำหน้าทุกคนออกจากตำหนักหงซือซือมองดูขุนนางวัยกลางคนในชุดขาวที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้บนเสื้อว่า ‘นักโทษ’ ด้วยความสงสัย นางอยากรู้ว่าบิดาของนางกำนัลผู้นี้ต้องคดีอันใดถึงต้องระเห็จมาอยู่ในคุก?“มิ่งเอ๋อร์ เจ้าสบายดีหรือไม่?”“ท่านพ่อ เป็นข้าต่างหากที่ต้องถามท่าน”“ใต้เท้าเฉียงวางใจได้ ข้าให้คนไปสืบหาพยานมาช่วยท่านได้แล้ว”เฉียงหยางจงหันยกมือคารวะชายหนุ่ม “ขอบพระทัยท่านอ๋อง ขอเพียงพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าได้ท่านจะให้ทำสิ่งใดข้ายินดีทั้งนั้น”“ข้าเชื่อว่าคนร้ายยังคงอยู่ในวังหลวง หากแต่เราต้องหาวิธีให้เขาปรากฎตัวออกมาให้ได้” ฮ่องเต้ที่ยังคงยืนกุมมือเฉียงเจียวมิ่งอยู่ สบตากับใต้เท้าเฉียง“ท่านฝู่กั๋วกงว่าอย่างไรบ้างพะยะค่ะ?”“แม้จะมีผู้ต้องสงสัยแต่ก็ยังยากจะสืบหา หากพวกเขายังไม่บีบคั้นข้า เรื่องก็ยังคงไม่ร้ายแรง”หงซือซือประเมินเหตุการณ์ได้ไม่แน่ชัดแต่พอได้ยินโจวเฝิงเอ่ยถึงฝู่กั๋วกงหูของนางก็ผึ่งขึ้นทันที หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับตรากระเรียนทองคำ? เห็นทีต้องหาทางสืบสอบจากเฉียงเจียวมิ่งเสียก่อนองครักษ์จังส่งสัญญาณให้คนทั้งหมดหยุดปรึกษากันเมื่อผู้คุมคุกหลวงเดินเข้ามาใกล้“โจวอ๋องเจ้ากลับไปก่อน พรุ่งนี้ข้าจะให้ฝู่กั๋วกงเข้าเฝ้าเจ้าค่อยมาพร้อมกัน”ครั้นฮ่องเต้ทรงเสด็จกลับตำหนักลู่เสียน หงซือซือได้โอ