สองวันหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่กล่าวกันว่าช่วงใดที่เรามีความสุขเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอหมิงเฟยหลงก็ทรงรู้สึกเช่นนั้น การได้ใช้ชีวิตเยี่ยงชาวบ้านทั่วไปกันสองสามีภรรยาในเรือนหลังน้อยริมแม่น ้าฉางเจียงของอนุถานช่างเป็นภาพที่พระองค์มิเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ หากสวรรค์มิได้ส่งให้หงซือซือเข้ามาในเส้นทางชีวิตอันโดดเดี่ยวนี้ เกรงว่าชั่วชีวิตพระองค์คงมิอาจจะได้ลิ้มรสความสุขที่มุ่งหวัง“ซือซือข้าไม่อยากกลับวังหลวงเลย น่าเสียดายนัก”“พี่สาม คราวหน้าเราก็มากันใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ”ฮ่องเต้ทรงถอนพระปัสสาสะ “ข้ามีลางสังหรณ์ว่ากว่าเราจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งคงอีกนาน”“ทำไมหรือเจ้าคะ?”หมิงเฟยหลงรวบภรรยาเข้ามาแนบอก “เราคงต้องเร่งมือตามหาตรากระเรียนทองคำมาเพื่อเปิดขุมทรัพย์ให้สำเร็จ ก่อนที่ฤดูฝนคราวหน้าจะมาถึง หากสร้างเขื่อนไม่ทันอาจจะเกิดอุทกภัยอีกครา เจ้าคงไม่อยากเห็นผู้คนล้มตายไร้ที่อยู่อาศัยเหมือนที่เมืองชิงหลิวอีกกระมัง?”“เจ้าค่ะ ราษฎรล้วนทุกข์ยาก ผู้คนพลัดพรากจากครอบครัว บ้านเรือน ไร้ที่อยู่ หากน ้าท่วมหรือฝนแล้งพวกเขาล้วนต้องลำบาก”“เขื่อนจึงสำคัญด้วยเหตุนี้อย่างไรเล่า?”“ท่านเป็นฮ่องเต้ การบรรเทาทุกข์ให้ราษฎรล้วนต้องมาก่อนสิ่งอื่น เรากลับไปช่วยกันคิดหาวิธีเถิดเจ้าค่ะ ส่วนที่นี่เอาไว้ปัญหาคลี่คลายเราค่อยมาพักผ่อนกันอีก” หงซือซือยกมือขึ้นลูบแก้มบุรุษรูปงามตรงหน้า“ข้าสัญญาว่าจะไปกับท่านทุกหน ท