ุกแห่งและช่วยเหลืองานท่านอย่างสุดฝีมือนะเจ้าคะ”“แค่เจ้าอยู่กับข้า ข้าก็มีกำลังใจที่จะทำทุกสิ่งให้สำเร็จ ซือซือ ข้าขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเจ้ามาเป็นฮองเฮาที่รักของข้า” หมิงเฟยหลงประทับจูบลงบนหน้าผากของนาง หงซือซือกราชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น“ข้าก็ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ข้าได้พบท่าน”ฮ่องเต้ทรงประคองฮองเฮาออกมาหน้ารั้วเรือนน้อย หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งเตรียมรถม้าคันเล็กมารอต้อนรับ องครักษ์ทั้งสองได้กินอาหารเช้าฝีมือของฮ่องเต้อย่างเต็มอิ่มอีกครั้งจึงยิ้มแก้มแทบปริ“ฝ่าบาท ครั้งหน้าหากพระองค์จะทรงเสด็จมาที่นี่อีก กระหม่อมจะเตรียม เนื้อแพะมาให้ตุ๋นพะยะค่ะ” หู่ซิ่นสือผู้โปรดปรานเนื้อแพะยิ่งนักรีบกราบทูลหมิงเฟยหลงตวัดสายพระเนตรคมปลาบไปยังใบหน้าขององครักษ์คู่พระทัย “นี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นพ่อครัวหลวงหรืออย่างไร?”“มิได้พะยะค่ะ แต่กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทจะได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ บ้าง” หู่ซิ่นสือกลื้นน ้าลายดังเอื้อกเมื่อนึกถึงเป็ดตุ๋นน ้าแดงฝีมือฮ่องเต้ รสชาติช่างดีเลิศจนเขาคาดไม่ถึง เคยได้ยินอู๋กงกงเอ่ยชมว่าฮ่องเต้มีพระปรีชาในด้านการทำอาหารยิ่งนัก เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเรื่องที่อู๋กงกงกล่าวเกินจริง!“อืม…เจ้าแก้ตัวได้เข้าท่าดี เอาเถิดคราวหน้าข้าจะทำเนื้อแพะตุ๋นน ้าแดงให้เจ้ากินเอง” ฮ่องเต้เอ่ยจบก็ทรงพระสรวลลั่นอย่างอารมณ์ดี “ไป! กลับวังกัน”พราชายาหานซู่ลี่นั่งกระวนกระวายชะเง้อดูหน้าตำหนักว่าเมื่อใดฮ่องเต้กับฮองเฮาจะเสด