ละรู้สึกผูกพันจนสาบานเป็นพี่น้องกับนาง นี่คงเป็นวาสนานำพาให้เราสองคนได้มาแต่งงานกัน”“ข้ารู้มาว่าเจ้ากำลังสืบหาคนหายจากคดีไฟไหม้วังชงหยวน”“ขอรับ! ตามหลักฐานคดีนั้น มีผู้ยืนยันว่าได้ช่วยเหลือหลวนเป้ยเล่อและบริวารจำนวนหนึ่งออกจากวัง ท่านผู้นี้คือบุตรบุญธรรมของเสด็จพ่อของข้าที่มีโอกาสได้ขึ้นครองราชย์”“เจ้าต้องการหาเขาด้วยเหตุใด?”“เพราะข้าให้อี้เทียนแอบอ้างเป็นหลวนเป้ยเล่อและซือซือเป็นบุตรสาวของท่านหลวนเพื่อจะได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสเป็นฮองเฮา ข้าจึงเกรงว่าหากคนผู้นั้นในวันหน้าปรากฏตัวขึ้นมาเรื่องราวอาจยุ่งเหยิง”“เจ้าคิดจะตามฆ่าหลวนเป้ยเล่อหรือ?”“มิได้! อำนาจของข้าในยามนี้ไม่จำเป็นต้องกำจัดเขา การที่หลวนเป้ยเล่อซ่อนตัวอยู่นานขนาดนี้เขาคงไม่ได้มุ่งหวังบัลลังก์แล้ว ข้าเพียงอยากจะต่อรองให้เขารับ ซือซือเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อจะได้หมดปัญหาเรื่องการอภิเษกและหากซือซือให้กำเนิดลูกชาย ลูกของข้าจะได้ขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น”หงอี้เทียนที่นิ่งฟังอยู่เป็นนาน หันไปทางน้องเขย“ท่านสาม ยามนี้คนของข้าที่เมืองพยัคฆ์เหินรู้มาว่ามีคนกลุ่มหนึ่งไปสืบหาหลวนเป้ยเล่อตามที่ข้าเคยเอ่ยอ้างถึงในท้องพระโรง”ฮ่องเต้นิ่งอึ้ง “ข้าเคยคิดว่าจะต้องมีคนออกไปสืบหา กำลังจะวางแผนแก้ไข พวกเขาก็เร่งลงมือเสียก่อน”“เจ้ามีศัตรูอยู่รอบด้านเช่นนี้ คงยากที่ซือซือและหลานๆ จะได้ใช้ชีวิตสงบสุข” “ข้ายอมรับว่าการเป็นฮ่องเต้ต้องระวังตัวรอบด้าน แม