ไป๋เพ่ยเจินที่กำลังเดินอ้อมไปเรือนพักถึงกับชะงักเมื่อเห็นองครักษ์เติ้งยืนกอดกระบี่แนบอกยืนรอยู่“เจ้าเพิ่งออกเวรยามหรือ?”“เจ้าเล่ามาทำอันใดมืดๆ อยู่แถวนี้”“แล้วเจ้าคิดว่าข้ามาเพื่อสิ่งใด?”“ข้าจะไปรู้หรือ? เจ้าเป็นองครักษ์นึกอยากจะเดินไปที่ใดก็ได้ในวังนี้” นางพยายามไม่มองหน้าของชายหนุ่ม เมื่อวานท่านหมอเกาเดินทางออกจากวังหลวงไปแล้ว ส่วนคุณชายจินก็กลับไปพักที่คฤหาสน์ตระกูลจินแล้วเติ้งเฉินฟู่ปรายตามองสตรีที่มารบกวนในความฝันของเขาอยู่ทุกคืนวัน หญิงใบหน้ากลมแป้นผู้นี้เหตุใดจึงต้องมารบกวนชีวิตของเขาด้วยเล่า?“ข้าเพียงอยากพิสูจน์บางอย่าง” เขาสาวเท้าเข้ามาจนชิด ไป๋เพ่ยเจินผงะถอย เติ้งเฉินฟู่ปล่อยกระบี่ลงข้างเท้า สองแขนกอดร่างนางกำนัลเข้ามาแนบอกก่อนจะก้มลงไปเม้มใบหูของนาง ริมฝีปากร้อนของเขาเม้มไล่ไปจนถึงติ่งหูแล้วดูดดึงอยู่ครู่ใหญ่ ไป๋เพ่ยเจินยืนตะลึงนึกอยากจะร้องให้คนช่วยแต่ก็เกรงว่าเขาจะได้รับความลำบากจึงได้แต่ดิ้นอึกอัก“เจ้าปล่อยข้า!” นางเอ่ยคำนี้ซ ้าไปมาอยู่สองสามครั้ง แต่เขาก็เหมือนจะไม่ได้ยิน ความมุ่งมั่นทั้งหมดของเติ้งเฉินฟู่อยู่ที่ใบหูกลมนิ่มของนางจนหมดสิ้น“อืม….” เมื่อเขาชิมใบหูที่ฝันถึงจนชัดเจนใจดีแล้ว จึงปล่อยให้นางเป็นอิสระความร้อนฉ่าที่ใบหูลามมาจนทั่วใบหน้าไปจนถึงหูอีกข้าง ไป๋เพ่ยเจินไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาร้อนแรงของชายหนุ่มตรงหน้า“เจ้ารังแกข้าทำไม?” นางอับอายเป็นกำลัง แต่ก็อยากจะร