ู้เหตุผลของเขาให้กระจ่างจึงได้ข่มความอายถามออกไปองครักษ์เติ้งยื่นมือออกมาดึงมือน้อยของนางไปกุมไว้ข้างหนึ่ง “ที่แท้ ข้าก็ชอบเจ้ามาตลอด เฝ้าฝันถึงแต่เพียงใบหูนี้ของเจ้าทุกวันคืน”ได้ยินคำสารภาพขององครักษ์หนุ่ม ไป๋เพ่ยเจินเงยหน้ามองอย่างตื่นตะลึง“จะ เจ้า!”เติ้งเฉินฟู่อาศัยจังหวะที่นางอ้าปาก ยื่นใบหน้าเข้าไปจูบนางทันที ไป๋เพ่ยเจินเคลิบเคลิ้ม ในหัวของนางมีเพียงคำพูดว่า ‘ข้าชอบเจ้า’ ดังก้องไปมา องค์รักษ์เติ้งจูบนางอย่างดูดดื่ม“เจ้ายินดีเป็นภรรยาข้าหรือไม่?”ดวงตานางยังเหม่อลอยเมื่อเขาหยุดจูบไปแล้วได้ยินคำถามนั้นก็พยักหน้ารับไปโดยไม่รู้ตัว “ข้ายินดี”องครักษ์เติ้งยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีก กอดรวบร่างของนางเข้าไว้ในอก “เจ้าเป็นภรรยาของข้าแล้ว ไป๋เพ่ยเจิน” นางเอนกายซบเขานิ่ง “ข้าจะไปส่งเจ้าที่เรือน” หญิงสาวพยักหน้า เติ้งเฉินฟู่ไม่หยิบเอากระทั่งกระบี่ประคองร่างนางไปส่งถึงหน้าประตูห้องพัก “ข้ากลับก่อน จะรีบไปกราบทูลฝ่าบาทกับฮองเฮา”“อืม….” ไป๋เพ่ยเจินยิ้มน้อยๆ สบตาเขา นางคล้ายกำลังอยู่ในความฝันหม่าหลันฮวาที่เดินสวนทางกับองครักษ์เติ้งเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เขาค้อมศีรษะให้นางแล้วรีบเดินกลับไปหยิบเอากระบี่ เมื่อหม่าหลันฮวาเดินไปถึงห้องที่นางพักสองคนกับไป๋เพ่ยเจินคิ้วก็ขมวดเข้าอีกครา“เจ้าเป็นอันใดไป?” นางใช้มือโบกไปมาข้างหน้าสหาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงคล้ายตกอยู่ในภวังค์จึงยื่นมือไปเขย่าแรงๆ “ไป๋เพ่ยเจิน!