ไป๋เพ่ยเจิน!”“ห้ะ!”“ข้าเห็นองครักษ์เติ้งเดินออกไปเมื่อครู่ เขาทำอันใดเจ้าหรือไม่?” นางนั่งลงข้างไป๋เพ่ยเจินถามด้วยน ้าเสียงร้อนรน“เขา…..” นางหันไปสบตาหม่าฮวา “เขาจูบข้า”“หา!”“เขา…เขาจะแต่งงานกับข้า” นางเอ่ยต่อด้วยใบหน้าแดงก ่า พลันนึกถึงเมื่อครู่ที่เขาดูดเม้มใบหูและจูบนางหม่าหลันฮวาตะลึง “เจ้าช่างโชคดีนัก! ไม่รู้หรือไรว่าองครักษ์เติ้งเป็นที่หมายปองของนางข้าหลวงและนางกำนัลอีกเท่าใด? เขาอยากแต่งงานกับเจ้าช่างมีวาสนานัก ข้าจะคอยฟังข่าวดีของเจ้า” สองมือของสหายร่วมห้องเขย่าร่างไป๋เพ่ยเจินพร้อมทั้งโผเข้ากอดอย่างยินดีหงซือซือที่แง้มหน้าต่างตำหนักเห็นเติ้งเฉินฟู่ยืนกอดจูบไป๋เพ่ยเจินจนทั้งสองลับตาไปงับหน้าลงแล้วลงไปนั่งยิ้มรินน ้าชาอย่างยินดี ครั้นฮ่องเต้ทรงสรงน ้าเสร็จเดินออกมาจากหลังฉากพร้อมขันทีที่มารับใช้สองคน มองเห็นฮองเฮาทรงนั่งยิ้มก็อดจะสงสัยมิได้ รีบโบกมือไล่ข้าราชบริพารให้ออกไป ก่อนจะหันมาโอบกอดฮองเฮาแล้วรินน ้าชาเอาใจนางอีกจอก“มีเรื่องอันใดเจ้าถึงได้ทำหน้าราวกับค้นพบขุมทรัพย์” ฮ่องเต้ทรงยกจอกน ้าชามาให้ตรงหน้า มองใบหน้างดงามของภรรยาที่ยังคงยิ้มละไม“เห็นทีองครักษ์ของท่านคงจะได้ออกเรือนอีกคนแล้ว”“หือ? ผู้ใดหรือ?”“เติ้งเฉินฟู่เจ้าค่ะ”“ฟู่เอ๋อร์น่ะหรือ?” ทรงนึกถึงวันที่เติ้งเฉินฟู่แต่งกายเป็นนางกำนัลร่างใหญ่เดินตามหลังไป๋เพ่ยเจิน“เขาจะแต่งผู้ใดเล่า? ข้ายังไม่เคยได้ยินมาก่อน”“ประเดี๋ยว