จินวั่งซู่หนุ่มเสเพลแห่งเมืองหลวงเข้านอกออกในหอโคมเขียวมาทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่แคว้นจินที่เขาเดินทางไปพร้อมกับจวิ้นอ๋อง ได้ยินฮ่องเต้รับสั่งก็ยิ้มกริ่ม“หม่อมฉัน ยินดีถวายการรับใช้พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงเล่าความสงสัยที่มีในพระทัยและสอบถามคุณชายจินว่าเขาเคยได้ยินเคล็ดลับเกี่ยวกับเรื่องการมีบุตรจากหอนางคณิกาพวกนั้นบ้างหรือไม่?“ฝ่าบาท หากพระองค์ร่วมหอกับฮองเฮามานานขนาดนี้แล้วพระนางยังมิทรงครรภ์ มิใช่ว่าพระนางตั้งพระทัยเช่นนั้นหรือพะยะค่ะ?”“เจ้าหมายถึง?”“ฮองเฮาอาจจะทรงหวาดกลัวเรื่องวังหลังจนไม่กล้ามีบุตรพะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงคล้อยตาม “ไม่แน่! ทุกครั้งที่ข้าบอกนางเรื่องอยากมีลูก นางไม่เคยตอบรับ ข้าไม่เคยให้นางดื่มน ้าแกงห้ามครรภ์ ป่านนี้นางก็ควรจะมีได้แล้วเมื่อคราวกลับมาจากเมืองชิงหลิวข้าให้หมอหลวงมาตรวจสุขภาพแล้ว ร่างกายข้าก็แข็งแรงพร้อมจะมีบุตรได้ มีแต่นางที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตรวจ”“หม่อมฉันเคยได้ยินยาบำรุงหยินหยางอันโด่งดังของแคว้นจินมาบ้าง หาก ฝ่าบาทต้องการจะให้ค้นเสาะหามาถวายพะยะค่ะ”“อืม! แต่ก่อนข้ามิเคยสนใจของพวกนี้” ทรงถอดหายใจก่อนจะสบตาจินวั่งซู่ “ยามนี้หามาเถอะ อย่างไรข้าก็ควรต้องมีรัชทายาทให้เร็วที่สุด”ดวงตาของฮ่องเต้คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างจินวั่งซู่จึงอดมิได้ “ฝ่าบาท ทรงกังวลสิ่งใดอีกหรือพะยะค่?”จินวั่งซู่หรี่ตาลง คิดถึงอุปนิสัยใจคอของฮองเฮา“ฝ่าบาท บางทีฮองเฮาอาจจะยังไม่อยากทรงครรภ์ห