ม่มีสิ่งใดจะบอกเจิ้นหรือ?”“กระหม่อมส่งคนไปสืบเรื่องที่ฝ่าบาทสั่งแล้วพะยะค่ะ”“ดี! คดีนี้เจิ้นต้องทำให้ชัดเจนและเป็นความลับ!”จินวั่งซู่ได้ยินก็หูผึ่ง เขายังยืนอยู่ที่นี่ เหตุใดฮ่องเต้จึงทรงเอ่ยว่าเป็นความลับ? “จินวั่งซู่เรื่องนี้เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย”“พะยะค่ะ” คุณชายจอมยุแยงค้อมศีรษะรับโดยไว“ว่าแต่องครักษ์จู ใบหน้าเจ้าดูอิ่มเอิบสดใสนักช่วงนี้มีเรื่องดีอันใดหรือ?”“ทูลฝ่าบาท ภรรยาของกระหม่อมตั้งครรภ์แล้วพะยะค่ะ”ฮ่องเต้คล้ายสลดลงเล็กน้อย แม้แต่องครักษ์จูที่เพิ่งแต่งงานก็ยังจะมีบุตรก่อนพระองค์เช่นนี้แล้วจะมิให้พระองค์ทรงเดือดร้อนได้อย่างไร? จินวั่งซู่หันไปมองหน้าหัวหน้าหู่ ชายหนุ่มผู้นั้นก็หน้าอึมครึมไปเช่นกัน!อู๋กงกงไม่รู้ว่าคนทั้งสามทำสิ่งใดให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยจึงมีสีหน้าบึ้งตึ้ง ผลักประตูห้องทรงพระอักษรดังผลั้วะ! ก่อนร้องสั่ง“กลับตำหนักเป่าฉี!”ชายหนุ่มทั้งสามที่ตามออกมาจากห้องทรงพระอักษรล้วนทำหน้างุนงง องครักษ์หู่กับองครักษ์จูสาวเท้าเร่งรีบ อู๋กงกงหน้าตาตื่นยามนี้มิกล้าคาดเดาน ้าพระทัยฮ่องเต้! เมื่อเสด็จถึงหน้าประตูตำหนักเป่าฉีกลับชะงักพระบาท หยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นปรับอารมณ์ได้แล้วก็หันมาสั่ง“พวกเจ้ารออยู่ข้างนอก ไม่ต้องเข้าไปจนกว่าเจิ้นจะเรียก”หงซือซือเพิ่งกลับจากตำหนักของฮองไทเฮา นางไปหาองค์หญิงหมิงซีหลิวเพราะเห็นว่าตนเองมิได้ไปพูดคุยกับลูกติดพระสวามีนา