ทหารยามหน้าคุกเมื่อเห็นหัวหน้าองครักษ์แห่งวังหลวงก็รีบค้อมคำนับทันที“ไม่ต้องตามข้าเข้าไป! ข้าจะไปดูนางเอง”“ขอรับ!”องครักษ์ที่ติดตามเหม่ยห้าวรออยู่ด้านหน้า ตัวเขาตามผู้คุมคุกที่ไขกุญแจให้ หัวหน้าองครักษ์เดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าสตรีที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงในชุดขาวด้านหน้ามีตัวอักษรว่านักโทษเขียนไว้ เขาเหลือบมองห้องขังด้านข้างมีนักโทษชาย เสื้อผ้านั้นสกปรกราวถูกกักขังมานานนับเดือนนอนเกลือกกลิ้งผมสยายอยู่ที่พื้น ส่วนอีกคนก็นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงที่วางชิดผนังไม่ไกลนัก“ใต้เท้าเหม่ย! พวกเขาสอบสวนข้าไม่ได้หลับได้นอน” ใบหน้าของกัวมามาหลี่อิดโรย นางต้องทนฟังผู้สอบสวนที่เปลี่ยนหน้าเข้ามาพูดคุยและซักไซ้เรื่องเดิมอยู่ตั้งแต่เมื่อวานจนรุ่งสาง นางไม่ได้กินอิ่มและไม่ได้นอนเต็มตาจึงอ่อนเพลียยิ่ง!“เจ้าคงมิได้บอกอันใดพวกเขาไปดอกกระมัง?”“ไม่! ข้ามิได้พาดพิงผู้ใด” นางรู้ดีกว่าการปกปิดความลับให้เจ้านายมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิต“ดี! ข้าเอาของสิ่งหนึ่งมาให้เจ้า คิดเจ้าว่าคงรู้ว่าควรทำเช่นใด?” เหม่ยห้าวล้วงเอาขวดกระเบื้องเล็กๆในสาบเสื้อออกมายื่นให้นาง“ท่าน…”“หากความลับที่รั่วไหล เจ้าน่าจะรู้พวกข้าสองพี่น้องและคนทั้งตระกูลเหม่ยคงไม่รอด” เหม่ยห้าวถอนหายใจ หากสตรีตรงหน้าตายไปทุกเรื่องก็จะสาวไม่ถึงตัวเขากัวมามาหลี่เอื้อมมือออกมารับขวดนั้นด้วยมืออันสั่นเทา จุดจบของคนซื่อสัตย์ก็คงมีเท่านี้ ตราบใดที่ยังมีประโยชน์ก็จะต้อ